ยว่าฉานจึภาวนาตลอดทั้งปี ไม่ค่อยพบแขกจากข้างนอก ต้องรอให้ส่งจดหมายฉบับนี้เข้าไปแล้วดูว่าท่านจะว่าอย่างไร
ภายในห้องภาวนาที่เงียบสงัดห้องหนึ่งในส่วนลึกของวัด ฉานจึมองดูกองแท่งไม้เล็กๆ ที่วางกองอยู่บนโต๊ะอย่างเงียบๆ สีหน้าดูตั้งใจแน่วแน่ ผ่านไปครู่ใหญ่ก็มิได้ขยับเขยื้อน กระทั่งดวงตาก็มิได้กะพริบ มีเพียงเท้าที่โผล่ออกมาจากจีวรสองข้างนั้นที่ถูไปถูมาเป็นระยะ ดูน่ารักยิ่งนัก
เขารับเอาจดหมายฉบับนั้นมาจากมือของสมณะที่มีหน้าที่ต้อนรับแขก จากนั้นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับกระบี่บนซองจดหมาย เมื่อเปิดจดหมายออกก็เห็นลายเซ็นที่อยู่ด้านล่างของจดหมาย จึงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ในใจครุ่นคิดว่าเจ้าล่าเยวี่ยกับข้าไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน เหตุใดนางจึงเขียนจดหมายฉบับนี้มา? หลังอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ เขาก็ส่ายศีรษะ รู้สึกว่าไร้สาระยิ่งนัก
ช่วยเจ้าจัดการเรื่องนี้แล้ว หนี้ที่ข้าติดค้างยอดเขาเสินม่อของเจ้าถือว่าหายกัน?
นี่มันอะไรกัน…ข้าไปติดค้างยอดเขาเสินม่อของเจ้าตั้งแต่เมื่อไร?
อืม เมื่อก่อนคล้ายจะติดหนี้คนบางคน แต่ก็หายกันไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ?
สายตาของฉานจึเลื่อนลงไป ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงเนื้อหาท่อนที่สองตรงด้านล่างจดหมาย
“ในการประลองวิถีพรตของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งนั้น ฉานจึตัดสินช่วยคนเอาไว้ไม่น้อย แต่พวกเราได้เตือนท่านไปก่อนหน้านั้นแล้ว สุดท้ายเรื่องนี้ท่านก็ยัง….ช้าไป”
เจ้าล่าเยวี่ยเขียนเ