อาไว้เช่นนี้
เมื่อเห็นคำพูดนี้ สีหน้าฉานจึค่อยๆ คร่ำเคร่ง นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
ถูกต้อง ช้าไป
หากในงานประลองวิถีพรตปีนั้นเขาสั่งหยุดการประลองทันทีหลังจากที่รู้ถึงการคาดเดาของสำนักชิงซาน มิใช่มัวไปครุ่นคิดอยู่คืนหนึ่ง เช่นนั้นก็น่าจะมีศิษย์ที่รอดชีวิตอีกหลายคน
หลายปีมานี้ สิ่งที่เขาคิดกลับไปกลับมามากที่สุดก็คือเรื่องนี้
“นิสัยเหมือนเพื่อนเก่าอยู่หลายส่วนทีเดียว…เชิญสหายน้อยคนนั้นเข้ามา”
ฉานจึเลิกคิ้ว กล่าวกับสมณะต้อนรับแขก
……
……
หลิ่วสือซุ่ยเดินเข้ามาในห้องภาวนา เสี่ยวเหอรออยู่บนรถ มิใช้ว่าปีศาจจิ้งจอกทุกตัวจะโชคดีเหมือนอย่างพระสนมที่อยู่ในวัง
ทั้งในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตและโลกปุถุชน ฉานจึเป็นที่เคารพเลื่อมใสอย่างยิ่ง การที่สามารถได้เข้าพบฉานจึนับเป็นบุญวาสนา
มีเพียงบางคนที่อยู่บนยอดเขาเสินม่อที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างง่ายๆ สบายๆ แล้วก็เข้าใจเขาเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้ฉานจึทอดถอนใจว่าเจ้าล่าเยวี่ยมีความคล้ายเพื่อนเก่า แต่เขาไหนเลยจะคิดถึงว่าเดิมทีจดหมายฉบับนี้เป็นเจ้าล่าเยวี่ยที่เขียนตามคำพูดของเพื่อนเก่าผู้นั้น
หลิ่วสือซุ่ยไหนเลยจะล่วงรู้ถึงเรื่องราวระหว่างฉานจึและจิ๋งจิ่ว จึงรู้สึกค่อนข้างตื่นเต้น
เขาเคยพบเจ้าสำนักชิงซาน แล้วก็มีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งกับยอดฝีมืออย่างซีหวังซุน แต่ฉานจึนั้นไม่เหมือนกัน
ฉานจึมองเขา ก่อนจะอ่านเนื้อหาในจดหมายเปรียบเทียบ จึงได้รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เขาเลิกคิ้วเล