เป็นถิ่นของพวกเขาแล้วล่ะก็ เกรงว่าคงจะเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่
“เพราะเจ้าเคยเดินอยู่ในความมืด แต่วันนี้กลับดูเจิดจ้ายิ่งกว่า ย่อมต้องมีบางคนรู้สึกขวางหูขวางตา”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไป
หลังกลับมาชิงซานครั้งนี้ เขาก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อย่างเช่นศิษย์พี่เจี่ยนหรูอวิ๋น
อาจจะเป็นเพราะริษยา อาจจะเป็นเพราะเหตุผลบางอย่างที่ซับซ้อนกว่านั้น
จิ๋งจิ่วพูดต่อ “ตั้งแต่ที่เจ้ายินดีไปยังปู้เหล่าหลิน เจ้าก็ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นเจ้าสำนักไปแล้ว เพราะในอนาคตเรื่องราวของเจ้าตรงนี้จะกลายเป็นเหตุผลให้หลายๆ คนใช้คัดค้านเจ้า เมื่อเดินอยู่ในความมืดก็มักจะต้องแสร้งทำเป็นความมืด นี่คือความผิดที่ไม่อาจชำระล้างให้สะอาดได้”
ตอนนั้นศิษย์พี่อยากจะรับตำแหน่งเจ้าสำนัก แต่ก็ถูกอาจารย์อาและเหล่าผู้อาวุโสจากยอดเขาอื่นๆ ใช้เหตุผลนี้มาปฏิเสธ
—- เจ้ามีสาวกอยู่ที่เผ่าหมิงมากมายขนาดนี้ ใครจะไปรู้บ้างว่าเจ้าคิดอะไรอยู่? เจ้ากับเผ่าหมิงมีความสัมพันธ์กันหรือเปล่า? ต่อให้ทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่เจ้าพายอดฝีมือของเผ่าหมิงมาสังหารศิษย์ของสำนักฝ่ายธรรมะมากมายขนาดนั้น หากเจ้าเป็นเจ้าสำนักชิงซาน แล้วสำนักฝ่ายธรรมะเหล่านั้นจะคิดอย่างไร?
สุดท้ายศิษย์พี่สามารถกลายเป็นเจ้าสำนักชิงซานได้ ก็ด้วยเพราะการฆ่าคน
ฆ่าจนกระทั่งพวกเจ้าไม่กล้าคัดค้านอีก เช่นนั้นความผิดที่ไม่สามารถชำระล้างให้สะอาดได้ก็จะกลายเ