ยถึงได้รู้ว่าปริมาณความดีความชอบในการสอนศิษย์นอกสำนักและศิษย์ที่หอสี่เจี้ยนนั้นมีความแตกต่างกันมากขนาดนี้ แล้วก็ถึงได้รู้ว่าที่แท้ระบบของชิงซานนั้นมีความสมบูรณ์และซับซ้อนถึงขนาดนี้ การจะได้รับยาวิเศษและวิชามิใช่เรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้นเลย
นางไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้เลยจริงๆ
ยาและวิชาที่ปรมาจารย์อาจิ่งหยางทิ้งเอาไว้ให้มีจำนวนเยอะมาก คนบนยอดเขาเสินม่อมีน้อยมาก แบ่งยังไงก็แบ่งได้ไม่หมด ไหนเลยยังต้องมีการให้คะแนนอีก
กระทั่งเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น ฟางจิ่งเทียนจึงมองไปทางมั่วฉือแล้วกล่าวว่า “ศิษย์น้อง เชิญ”
มั่วฉือเป็นคนซื่อๆ เมื่อเห็นว่าการประชุมยอดเขาในวันนี้มีประเด็นอื่นแอบแฝง มิได้เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ เขาจึงคิดอย่างลนลานว่าเริ่มจากเรื่องเล็กก่อนแล้วกัน
“ปีศาจ…ปีศาจ…จิ้งจอก…เมืองอิ้งเฉิง…ตัวนั้น….ทำไม…”
เมื่ออยู่ภายใต้ความตื่นเต้น อาการพูดติดอ่างของเขาจึงยิ่งรุนแรงขึ้น ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยังไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้ แต่ทุกคนที่อยู่ภายในตำหนักต่างเข้าใจความหมายของเขา จึงมองไปทางฟางจิ่งเทียน
คำอธิบายของฟางจิ่งเทียนง่ายดายเป็นอย่างมาก “ชิงซานไม่ใช่สถานที่สำหรับแอบซ่อนปีศาจ”
หากเป็นการประชุมในราชสำนัก คำพูดที่ทรงพลังและหยิ่งทะนงเช่นนี้อาจจะทำให้ขุนนางหลายคนหวั่นไหวได้ แต่คนที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมประชุมยอดเขาของชิงซานล้วนแต่เป็นผู้บำเพ็ญพรตที่มีอายุยืนยาว ยากที่จะเกิดความหวั่น