ไหวทางอารมณ์ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง
เหมยหลี่กล่าวถามว่า “แม้นจะกลับตัวกลับใจแล้วก็ไม่ได้?”
“หากเจ้าฆ่าคนทั้งโลก ก็อย่าได้คิดจะวางดาบแล้วกลายเป็นอรหันต์ เพราะชิงซานมิใช่วัดกั่วเฉิง”
ฟางจิ่งเทียนมองไปทางหลิ่วสือซุ่ย “นางอยู่ในปู้เหล่าหลินมาสิบกว่าปี ทำเรื่องชั่วช้ามาแล้วมากมาย สังหารผู้บริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วน เจ้าน่าจะรู้ดีกว่าพวกข้า”
หลิ่วสือซุ่ยมิได้กล่าวกระไร เขารู้แต่แรกแล้วว่าไม่อาจปิดบังเรื่องนี้ได้ หลังลานเมฆถูกทำลาย เอกสารข้อมูลทั้งหมดก็ถูกสำนักฝ่ายธรรมะยึดเอาไว้ โดยให้กรมชิงเทียนเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการมัน แล้วก็คอยรายงานความคืบหน้าให้กับแต่ละสำนัก
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซีไหลผู้หนึ่งเดินเข้ามาในที่ประชุม เอาเอกสารที่ทางกรมชิงเทียนจัดระเบียบเรียบร้อยออกมาแจกให้ทุกคนได้ดู
หลังอ่านบันทึกที่อยู่บนเอกสารเหล่านั้นจนชัดเจนแล้ว สีหน้าของผู้อาวุโสแต่ละยอดเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มั่วฉืออ้าปากค้าง คล้ายอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้
เจ้าล่าเยวี่ยกวาดตามองเพียงเล็กน้อยก็วางเอาไว้บนโต๊ะ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะส่งให้จิ๋งจิ่ว เพราะนางรู้ว่าเขาไม่สนใจ
หลิ่วสือซุ่ยไม่ได้รับเอาเอกสารเหล่านั้นมา เพราะเขาเคยอ่านมันตอนอยู่ในลานเมฆมาหลายรอบแล้ว รู้ว่าบนนั้นเขียนอะไรเอาไว้
“ด้วยความผิดที่ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้เคยทำ ถึงแม้จะละเว้นโทษตาย แล้วรวบรวมความดีความชอบที่นางได้เค