า กองไฟภายในวัดร้างมิได้อ่อนแรงลง หากแต่ยิ่งโหมกระหน่ำแรงขึ้น เพลิงวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่เหล่านั้นค่อยๆ จางลง จนกระทั่งหายไปจนหมด
ต้วนเหลียนเถียนเดินเข้ามาในวัดร้าง สีหน้าเคร่งเครียด
เขาเป็นผู้อาวุโสที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นขึ้นมาใหม่ของยอดเขาซั่งเต๋อ ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาไร้หัวใจ ตอนนั้นเรื่องที่หลิ่วสือซุ่ยแอบกินตานปีศาจและฝึกวิชาลับของพรรคมาร ก็เป็นเขาที่เป็นคนสอบสวน
แล้วก็เป็นเพราะการสืบสวนครั้งนั้น ทำให้เขาพบว่าหลิ่วสือซุ่ยมีความเกี่ยวข้องกับการตายของจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หู
ช่วงนี้ในยอดเขาทั้งเก้ามีข่าวลือบางอย่าง ต้วนเหลียนเถียนคิดถึงคดีนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว จึงรื้อคดีขึ้นมาใหม่ สืบหาจนพบเบาะแสบางอย่างเหมือนเจี่ยนหรูอวิ๋น
พูดให้ถูกกว่านั้นก็คือเขาสืบจนรู้แล้วว่าเพื่อนเก่าของจั่วอี้ผู้นั้นเคยเป็นเจวี่ยนเหลียนเหรินในเมืองเจียนลี่
วันนี้เขามาถึงเมืองเจียนลี่ แต่กลับพบว่ามีคนชิงตัดหน้าตัวเองไป
ในขณะที่กำลังระแวดระวังและสงสัย เขาพลันมองเห็นลำแสงกระบี่สายหนึ่งอยู่ทางด้านนอกเมือง
ลำแสงกระบี่สายนั้นสว่างเจิดจ้า ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืนไปแถบหนึ่ง
นั่นคือสัญญาณของความช่วยเหลือของศิษย์ชิงซาน!
ต้วนเหลียนเถียนไม่ลังเล ใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดรุดไปนอกเมืองจนมาเจอวัดร้างแห่งนี้ แต่กลับพบว่าที่นี่ไม่มีอะไรอยู่เลย นอกจากกองไฟเพียงกองเดียว
มีกองไฟก็หมายความว่ามีคน อย่างนั้นคนหายไปไหน?