ใดสองสามีภรรยาเจ้าสำนักจงโจวถึงรู้ความลับของถงเหยียน เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอยู่แล้ว
ไม่ว่าไป๋เจ่าและถงเหยียนจะระมัดระวังตัวแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะปิดบังสายตาของสองสามีภรรยาคู่นั้นไปได้
เรื่องราวของลั่วไหวหนานในอดีตก็เช่นเดียวกัน
“นี่เป็นเหตุผลที่ดีมาก”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถงเหยียนไม่เลว แต่ในเมื่อเจ้าไม่ชอบเขา ก็ทำได้แค่เพียงปล่อยมันไป”
ไป๋เจ่ากล่าวขอบคุณ
ไม่รู้ว่าขอบคุณที่เขากล่าวชื่นชมถงเหยียน หรือว่ากล่าวขอบคุณที่เขาใจกว้างและเข้าใจตน
“ยิ่งไปกว่านั้นข้าคิดว่าข่าวลือนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน”
นางกล่าวต่อว่า “เป็นเพราะข้า สภาวะของท่านเลยหยุดนิ่งมาเป็นเวลาหกปี ดูแล้วคงจะแบกรับความกดดันในชิงซานเอาไว้ไม่น้อยแน่ ข้าอยากจะลองช่วยแบ่งเบาความกดดันนี้บ้าง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ความกดดันอาจจะมี แต่มันมาไม่ถึงตัวข้า ยิ่งไปกว่านั้นหากมีคนอยากจะหาเรื่องจริงๆ สุดท้ายข่าวลือมันก็คือข่าวลือ ทำประโยชน์อะไรไม่ได้มากหรอก”
“หากข่าวลือกลายเป็นเรื่องจริงล่ะ? สำนักชิงซานก็จะไม่สร้างความกดดันให้ท่านอีก สำนักท่านและข้าจะมีสัมพันธ์ที่ดี พันธมิตรสำนักฝ่ายธรรมะอาจจะกลายเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง มิใช่เป็นแค่คำพูดที่ลอยไปลอยมา ท่านและข้าแต่งงานกลายเป็นคู่รักบำเพ็ญพรต ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียใดๆ”
เสียงของไป๋เจ่าราบเรียบ คล้ายกับกำลังพูดเรื่องราวที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตนเองอยู่
จ