ีวานรเกาะอยู่ คล้ายกับผลไม้ลูกใหญ่ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน มันเกาหัวเกาแก้ม ดูมีความสุข
ที่แท้พวกมันก็มารอดูเรื่องสนุกอยู่ที่นี่
กู้ชิงและหยวนฉวี่ยืนอยู่หน้ากระท่อม ย่อมต้องรอพวกเขาเช่นเดียวกัน
หลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอถูกเชิญเข้าไปด้านใน
กู้ชิงใช้กาเหล็กต้มชา หยวนฉวี่แบ่งใส่ชาม ส่งให้ทั้งสองคน
ไอน้ำร้อนๆ ลอยวน ถูกสายลมเย็นๆ พัดผ่าน ไม่มีเสียงวานร เสียงนกดังจ๊อกแจ๊ก
การพักอยู่ในภูเขานี่มีความเป็นเซียนจริงๆ ด้วย
กู้ชิงกล่าวแนะนำ “เขาชื่อหยวนฉวี่ เรียนกระบี่กับท่านเจ้าแห่งยอดเขา พวกท่านน่าจะเคยเจอตอนอยู่ศาลาหนานซงเมื่อครั้งนั้นแล้ว
หยวนฉวี่ลุกขึ้นคำนับ “คารวะศิษย์พี่หลิ่ว”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวแนะนำ “นางชื่อเสี่ยวเหอ พวกเจ้าน่าจะเคยได้ยินมาแล้ว”
กู้ชิงยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เสี่ยวเหอแห่งเมืองอิ้งเฉิง มีใครไม่รู้จัก? ไม่ทราบว่าแม่นางมาชิงซาน….”
เสี่ยวเหอยิ้มเล็กน้อยไม่กล่าวกระไร ดูเรียบร้อยงดงาม
หลิ่วสือซุ่ยรู้จักกู้ชิงตั้งแต่เมื่อก่อน
อดีตเด็กรับใช้ของยอดเขาเหลี่ยงว่าง ตอนนี้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งของยอดเขาเสินม่อ
ในตอนที่กู้ชิงพูดคุยกับเสี่ยวเหอ ท่าทีดูสุขุมนุ่มลึก ดูน่าเชื่อถือเป็นยิ่งนัก
เมื่อเห็นภาพนี้ หลิ่วสือซุ่ยพลันคิดถึงคำพูดของไป๋เจ่าตอนที่อยู่ในหอสี่เจี้ยน สายตามองไปยังกาน้ำเหล็ก
กาน้ำเหล็กวางอยู่บนเตาเล็กๆ ส่งเสียงฟู่วๆ เบาๆ คล้ายกับแมวกำลังกรนเบาๆ ด้วยความสบาย
หากตอนนั้นตัวเองออกจากศาลา