หนานซงช้าอีกสักสองปี คนที่คอยต้มชาให้คุณชายอยู่บนยอดเขาเสินม่อนี้…ก็คงจะเป็นตัวเองกระมัง
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ถูกคำถามของกู้ชิงปลุกขึ้นมา
กู้ชิงถามว่า “ศิษย์พี่เตรียมจะจัดการเรื่องแม่นางเสี่ยวเหออย่างไร?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “คุณชายรับปากว่าจะช่วย”
กู้ชิงกล่าวเสียงเรียบเฉย “เช่นนี้ก็ดี อย่างนั้นช่วงนี้แม่นางเสี่ยวเหอก็อยู่ที่นี่ก่อน?”
เสี่ยวเหอมองหลิ่วสือซุ่ยอย่างไม่สบายใจ ผ่านไปหลายปี หลิ่วสือซุ่ยกลับมายังชิงซานจะต้องมีเรื่องให้ทำมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นสถานะศิษย์ยอดเขาเทียนกวงหรือว่ายอดเขาเหลี่ยงว่างก็ล้วนแต่เป็นตัวกำหนดให้เขาไม่สามารถมายังยอดเขาเสินม่อบ่อยๆ ได้
ต้องอยู่ที่ยอดเขาเสินม่อที่แปลกหน้าเช่นนี้คนเดียว แล้วยังอาจจะได้เจอกับอาจารย์เซียนจิ๋งจิ่วที่น่ากลัวผู้นั้นบ่อยๆ เพียงแค่คิดก็ทำให้นางหวาดกลัวแล้ว
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกแปลกใจ เขามองสายตากู้ชิง คล้ายคาดเดาอะไรบางอย่างได้ จึงกล่าวอย่างไม่ลังเลว่า “อย่างนั้นก็รบกวนเจ้าด้วย”
เขาสนิทกับกู้หาน รู้ว่าตระกูลกู้มีอิทธิพลแค่ไหนในชิงซาน จะต้องเป็นเพราะกู้ชิงล่วงรู้อะไรมาถึงได้ให้คำแนะนำเช่นนี้ออกมาแน่
หลังดื่มชาจนหมดชาม หลิ่วสือซุ่ยก็ลุกขึ้นบอกลา ลงจากยอดเขาไปโดยไม่สนใจเสี่ยวเหอที่อยู่ในสภาพน่าสงสาร
เหล่าวานรที่อยู่ด้านนอกกระท่อมส่งเสียงร้องขึ้นมา จากนั้นเสียงก็ค่อยๆ หายไป น่าจะไปส่งหลิ่วสือซุ่ย
เสี่ยวเหอนั่