งอยู่บนเก้าอี้เงียบๆ ราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น บนใบหน้าไม่เห็นถึงความน่าสงสารใดๆ แล้ว
นางก็เหมือนกับพวกวานร นางรู้ดีว่าคนที่นางต้องสนใจจริงๆ คือใคร
ถ้าหากนางสามารถจับหลิ่วสือซุ่ยเอาไว้ได้ ก็เท่ากับนางควบคุมทุกอย่างได้ ส่วนคนที่เหลือ คนอย่างจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยนั้นนางไม่กล้าไปหาเรื่องด้วย กู้ชิงและหยวนฉวี่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะกลายเป็นคู่แข่งขันของหลิ่วสือซุ่ยในอนาคต แค่ทำตัวตามมารยาทก็พอ หากทำอะไรมากไปมันอาจจะกลับกลายเป็นแย่ลงก็ได้
กู้ชิงมองสายตาที่เผยให้เห็นถึงความชื่นชมของนาง หลังจากนั้นส่ายศีรษะ คล้ายรู้สึกเสียใจ
“อาจารย์เซียนกู้มีเรื่องใดชี้แนะ?” เสี่ยวเหอยิ้มเล็กน้อยพลางถาม
กู้ชิงกล่าวว่า “ตอนนั้นที่อยู่ในวังหลวงเมืองเจาเกอ ข้าเคยพบกับเผ่าพันธุ์ของเจ้าคนหนึ่ง สภาวะของนางไม่แน่ว่าจะสูงกว่าเจ้า แต่สภาวะกลับสูงกว่าเจ้ามากนัก
เสี่ยวเหอย่อมต้องรู้ว่าเผ่าพันธุ์เดียวกับนางที่อยู่ในวังหลวงคนนั้นคือใคร
สำหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจจิ้งจอกแล้ว พระสนมหูผู้นั้นคือคนที่พวกนางอิจฉาและเลื่อมใสมากที่สุด
คำพูดประโยคนี้ของกู้ชิงคล้ายมีปัญหา ความจริงแล้วเข้าใจได้ง่ายมาก โดยเฉพาะสำหรับปีศาจจิ้งจอกที่ฉลาดหลักแหลมที่สุดด้วยแล้ว
สภาวะคำแรกที่ยู่ในประโยคนี้หมายถึงสภาวะการบำเพ็ญเพียรไปจนถึงความสามารถในการสังหารคน ส่วนสภาวะอย่างหลังนั้นหมายถึงความสามารถที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์จิ้งจอก เสี่ยวเหอรู้สึกไม่