สบอารมณ์เท่าไร แต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย นางกล่าวอย่างเฉยชาว่า “พระสนมเป็นที่รักของฝ่าบาท สามารถให้กำเนิดพระโอรส โชคชะตาเช่นนี้ข้าจะเทียบได้อย่างไร?”
นี่เท่ากับเป็นการบอกว่าที่พระสนมมีทุกวันนี้ได้เป็นเพราะโชคช่วย
กู้ชิงครุ่นคิด ใครจะรู้ได้ล่ะว่าพระโอรสองค์นั้นจะนำมาซึ่งโชคดีหรือว่าโชคร้าย แต่เรื่องหล่าวนี้ย่อมไม่อาจกล่าวกับเสี่ยวเหอได้ เขาเพียงแต่พูดเตือนไปประโยคหนึ่ง “ที่พระสนมได้รับความรักจากฝ่าบาท สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคำว่าความจริง”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เสี่ยวเหองุนงงไปเล็กน้อย จากนั้นพลันกล่าวว่า “ท่านต้มชาไม่ถูกต้อง”
ครั้งนี้กลายเป็นกู้ชิงที่ตกตะลึง เขาต้มชาอยู่ที่ยอดเขาเสินม่อมาหลายครั้ง ถึงแม้จำนวนครั้งจะไม่ถือว่ามาก แต่จิ๋งจิ่วกับเจ้าล่าเยวี่ยก็ไม่เคยบอกว่าอะไร
เขามองหยวนฉวี่ คิดอยากจะได้คำวิจารณ์ที่เป็นกลาง
หยวนฉวี่ลังเลอยู่ครู่ ก่อนกล่าวว่า “อาจารย์ทั้งสองท่านคล้ายจะไม่รู้เรื่องนี้”
ความหมายของประโยคนี้ชัดเจนอย่างมาก
เสี่ยวเหอกล่าวต่อว่า “กาเหล็กของตงอี้จะเอามาใช้ต้มชาเหมาเจียนได้อย่างไร? เช่นนั้นมิสู้เอาไปต้มพะโล้เสียเลยล่ะ”
หยวนฉวี่ลังเลอยู่ครู่ ก่อนกล่าวว่า “แม่นาง ที่บอกว่าความจริงมิได้หมายความว่ามีอะไรก็พูดอย่างนั้น การไม่พูดโกหกหรือไม่พูดเลยก็ถือเป็นความจริงเช่นกัน…”
……
……
พวกกั้วหนานซานรออยู่ที่ด้านล่างยอดเขาเสินม่อ พบว่าเสี่ยวเหอมิได้ตามหลิ่วสือซุ่ยลงมา