ด้วย จึงอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
เจี่ยนหรูอวิ๋นเลิกคิ้ว มิได้กล่าวกระไร
“พวกเราไปที่ยอดเขาเทียนกวงก่อน”
กั้วหนานซานกล่าว
หลิ่วสือซุ่ยถาม “ไปหาท่านเจ้าสำนักหรือขอรับ?”
กั้วหนานซานกล่าว “วันนี้อาจารย์มีธุระคุยกับแขกจากสำนักจงโจว อาจารย์อาไป๋รอเจ้าอยู่”
หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
กั้วหนานซานรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวปลอบไปว่า “ตอนนั้นอาจารย์ไป๋ไม่รู้เรื่อง ถึงได้เย็นชากับเจ้าเช่นนั้น ภายหลังเขาเองก็รู้สึกผิดอย่างมาก ต่อไปคงจะดูแลเจ้าอย่างดี”
ไป๋หรูจิ้งเป็นผู้อาวุโสของยอดเขาเทียนกวง บำเพ็ญเพียรถึงขั้นแหวกทะเล เป็นอาจารย์ของหลิ่วสือซุ่ย
เพียงแต่ภายหลังได้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย
หลิ่วสือซุ่ยมองไปทางเจี่ยนหรูอวิ๋นแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่สี่มีเรื่องจะถามข้ามิใช่หรือ?”
“ข้าบอกแล้วไง เรื่องพวกนั้นเป็นเรื่องเล็ก”
กู้หานตบบ่าเขา ก่อนกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไร อาจารย์ไป๋ก็เป็นอาจารย์ของเจ้า”
ในยอดเขาเทียนกวง ด้านนอกถ้ำที่เงียบสงบแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยต้นไผ่สีเขียว
ผ่านไปหลายปี ไผ่สีเขียวมิได้มีอยู่เพียงกอเดียวเหมือนครั้งนั้นอีกแล้ว
พืชตามธรรมชาตินั้นมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งจริงๆ ด้วย
ไผ่สีเขียวเหล่านั้นงอกเงยสะเปะสะปะ เห็นได้ชัดว่าไม่มีคนดูแล
พวกกั้วหนานซานรออยู่ด้านนอกถ้ำ มองดูต้นไผ่ที่ขึ้นเต็มตรงหน้า รู้สึกทอดถอนใจ
ภายในถ้ำพลันมีเสียงทะเลาะอย่างรุนแรงดังออกมา
พวกกั้วหนานซานสีหน้าคร่ำเคร่งเล