ห้เจ้ามากพอแน่นอน”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “คำว่ามากพอนั้นข้าจะเป็นคนตัดสินเอง ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี?”
ไป๋เจ่ากล่าว “อย่างมากสิบปี”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ข้าจะไม่ปิดบังอาจารย์ของข้า เรื่องนี้จะต้องได้รับการเห็นชอบจากอาจารย์ด้วย”
ไป๋เจ่ารู้ว่าในบรรดาอาจารย์ที่เขาพูดถึงนั้นรวมไปถึงจิ๋งจิ่วด้วย เผลอๆ คนที่สำคัญที่สุดก็อาจจะเป็นจิ๋งจิ่ว
“ข้าจะไปถามความเห็นเขาที่ยอดเขาเสินม่อ”
นางกล่าว
หลิ่วสือซุ่ยสีหน้าคล้ายลังเลเล็กน้อย กล่าวถามว่า “เจ้าอยากจะแต่งงานกับ…”
ไป๋เจ่ากล่าวเสียงเรียบเฉย “ถูกต้อง ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ข่าวลือนี้ก็เป็นความจริง”
หลิ่วสือซุ่ยคิดในใจว่าช่างสุดยอดจริงๆ จากนั้นก็คิดถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมา เขามองนางพลางกล่าวอย่างเห็นใจ “เจ้าไม่มีโอกาสหรอก คุณชายไม่มีทางพาใครไปด้วย”
คำพูดประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้ง แต่กลับเข้าใจได้ง่าย
ไป๋เจ่านิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “หากวันนั้นมาถึงจริงๆ เจ้าจะไม่ผิดหวัง?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “หนทางสู่สวรรค์ แต่ไหนแต่ไรมาล้วนแต่ต้องเดินทางคนเดียว อีกอย่างทำไมคุณชายจะต้องพาพวกเราเดินไปด้วย เขาไม่ได้ติดค้างอะไรพวกเราเสียหน่อย”
……
……
ทั้งสองคนออกมาจากห้องเรียน มายังริมธาร
ศิษย์จากยอดเขาต่างๆ พากันแยกย้ายกลับไป เหลือแต่เพียงพวกกั้วหนานซาน กู้หานและคนอื่นๆ
หลินอู๋จือคาดเดาได้ว่าพวกเขามีเรื่องสำคัญจะพูดคุยกัน จึงส่งสายตาบ