นไป ก่อนจะหายลับไปในแสงแดดยามเช้า
เหอจานมองดูท้องฟ้าที่ถูกแสงแดดยามเช้าย้อมจนเป็นสีแดง เขานิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นจึงถอนใจออกมา
“ต่อให้ไม่พอใจหลานอย่างข้า แต่จะเย็นชาไปหน่อยหรือเปล่า ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เอาแค่ยาสามแก่นอันนั้น จะให้เพิ่มอีกซักเม็ดมิได้เชียวหรือ?”
ตั้งแต่เล็กเขาเติบโตมาในสำนักชี หลังแม่ชีชราลาโลกไปก็เริ่มใช้ชีวิตคนเดียว มิอาจถือว่าลำบาก แต่ก็คล้ายคนไร้หลักที่ลอยไปลอยมา วันนี้เขาพลันพบว่าตัวเองมีญาติเพิ่มมาอีกคน ที่แท้ตนก็เป็นคนที่มีที่มาที่ไป โลกตรงหน้าพลันเปลี่ยนไปจากเดิม แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงดูอบอุ่นขึ้นมา จากนั้นเขาคิดถึงคำพูดประโยคนั้นของกั้วตง รู้สึกแปลกเล็กน้อย นับแต่วันนี้ไปตัวเองคือศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย? สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมีแต่ผู้หญิงมิใช่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้นท่านป้าเป็นใครกันแน่?
แต่แน่นอน ในเวลานี้เขามั่นใจแล้ว ก็เหมือนอย่างที่ถงเหยียนคาดการณ์เอาไว้ ท่านป้าจะต้องเป็นคนสำคัญของโลกแห่งการบำเพ็ญพรตอย่างแน่นอน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจเขาพลันเกิดอารมณ์พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง
ก็เหมือนกับตอนที่บุตรชายผู้สืบทอดของลู่กั๋วกงทราบว่าเบื้องหลังตระกูลตัวเองคือนักพรตจิ่งหยางอย่างไรอย่างนั้น
ยังจะมีใครเทียบได้อีก?
……
……
เมืองไป๋เฉิงในช่วงต้นฤดูร้อนยังไม่ถือว่าร้อน
เทียบกับเมื่อหลายปีก่อน แนวหิมะได้ถอยไปทางเหนือหลายร้อยลี้ บนทุ่งกว้างเต็มไปด้วยต้นหญ้ากระ