งอย่างให้ หรือพูดอีกอย่างก็คือทำให้พวกเจ้าได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองตรงๆ จากนั้นก็ให้ความช่วยเหลือในระหว่างที่พวกเจ้าเดินทางไปบนเส้นทางนิดหน่อยเท่านั้น”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวถามว่า “อย่างนั้นตอนนี้ล่ะ?”
กั้วตงกล่าว “ลานเมฆถูกทำลาย สำนักกระบี่ซีไห่ถอยกลับไปในทะเล แบบนี้พวกเจ้าพอใจแล้วหรือ?”
ถงหลูสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ซูจึเย่ยิ้มๆ มิกล่าวกระไร เหอจานสบตาถงเหยียน รู้ว่าคำตอบของเขาจะต้องเป็นคำว่าไม่อย่างแน่นอน
ถงเหยียนกล่าว “เจ้าอยากจะพูดอะไรกันแน่?”
กั้งตงกล่าว “ปู้เหล่าหลินไม่ได้ถูกกำจัดจนสิ้นซาก เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงยังมีชีวิตอยู่”
ไม่ทันรอให้ถงเหยียนตอบ ถงหลูพลันกล่าวเสียงเบาๆ ขึ้นมาว่า “เจ้าคิดอยากจะเล่นงานอาจารย์ข้า?”
กั้วตงมองเขา กล่าวว่า “พูดให้ถูกคือข้าคิดว่าพวกเจ้าอยากจะฆ่าอาจารย์ของเจ้า”
ถงหลูดวงตาเบิกโพลง กล่าวว่า “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? นั่นมันอาจารย์ของข้านะ!”
กั้วตงมองดูเขาอย่างเงียบๆ มิได้กล่าวกระไร
ถงหลูก้มหน้า มิได้กล่าวกระไรอีก
กั้วตงกล่าวกับถงเหยียนว่า “ข้าไม่ถนัดเรื่องเหล่านี้ แต่ข้าเอาซูจึเย่กับถงหลูมาให้เจ้าแล้ว เช่นนั้นเจ้าน่าจะมีความสามารถที่จะวางแผนฆ่าเขาได้”
ถงเหยียนมักจะรู้สึกว่าคำพูดประโยคนี้ของนางกำลังชี้แนะอะไรบางอย่าง แต่ในเวลานี้เขาไม่สามารถครุ่นคิดอย่างละเอียดได้
เพราะเรื่องนี้ใหญ่เกินไป
นางต้องการฆ่าเทพกระบี