ขนาดนี้อยู่ได้ คนแบบนี้ควรจะถูกฟ้าผ่าตายไปนานแล้ว”
ซูจึเย่กล่าว “ถึงแม้หลายปีมานี้ข้าจะคิดเช่นนี้ แต่เจ้าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีนี้อย่างไร”
เหอจานกล่าว “ข้ารู้สึกว่ามีคนคอยแอบจับตามองข้าอยู่ เวลาข้าต้องการอะไรเขาก็จะหามาให้ เหมือนอย่างวันนี้”
ซูจึเย่หัวเราะขึ้นมา กล่าวว่า “ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีนะ”
เหอจานยิ้มเจื่อนกล่าวว่า “แต่เจ้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร เจ้าไม่รู้ว่าเขาคิดอยากจะทำอะไรกันแน่ ถ้าเกิดวันหนึ่งมีคนผู้หนึ่งก้าวออกมาแล้วบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของข้าล้วนแต่เป็นเขาที่เอามาให้ และเขาอยากจะได้ทุกอย่างคืนจากข้า หรือขอให้ข้าไปทำเรื่องอะไรบางอย่างที่ข้าไม่มีทางทำได้ เช่นนั้นข้าจะทำอย่างไร? ดังนั้นหลายปีนี้ข้าจึงหลบหนีอยู่ตลอดเวลา ข้าไม่ยอมเข้าร่วมการประลองวิถีพรตอีก แล้วก็ไม่ติดต่อกับสำนักบำเพ็ญพรตเหล่านั้น วันๆ เอาแต่เที่ยวไปเรื่อย ก็ด้วยกลัวว่าจู่ๆ คนผู้นั้นจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าข้า”
ถงเหยียนหมุนตัวกลับมา มองเขาพลางกล่าว “ข้าว่าเจ้าคิดมากไปแล้ว”
เหอจานงุนงง กล่าวว่า “เพราะเหตุใด?”
ถงเหยียนกล่าว “ไม่มีคนวางแผนชั่วคนไหนจะโง่ขนาดไหน นอกจากนี้ ของวิเศษที่เจ้าเก็บได้พวกนี้ล้วนแต่เป็นของดี ส่วนพรสวรรค์ของเจ้าถึงแม้จะไม่เลว แต่ก็ไม่อาจถือว่าโดดเด่นมากนัก”
เหอจานกล่าวว่า “ไม่เข้าใจ พูดตรงๆ หน่อย”
ถงเหยียนกล่าว “เจ้าไม่คู่ควร”
เหอจานโมโหขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “อย