ีไห่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย
“จะใส่ร้ายคนมันก็หาข้ออ้างได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น….นี่ก็เป็นคำพูดของหลิ่วสือซุ่ยแต่เพียงฝ่ายเดียว!”
ถงหลูพลันคิดถึงจุดนี้ขึ้นมา จึงกล่าวเสียงเคร่งขรึมว่า “พวกเราต่างรู้ว่าเขาสังหารลั่วไหวหนาน! แล้วจะเชื่อถือคำพูดของเขาได้อย่างไร นี่จะต้องเป็นแผนชั่วของปู้เหล่าหลินอย่างแน่นอน!”
สมมติฐานนี้ไม่อาจบอกได้ว่าไม่มีเหตุผล สีหน้าของเหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่ล้อมลานเมฆเอาไว้ต่างแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
ในเวลานี้เอง ภายในท้องฟ้ายามค่ำคืนพลันมีช่องๆ หนึ่งเปิดออก คนผู้หนึ่งลอยลงมาจากในก้อนเมฆ
คนผู้นั้นสวมชุดสีเหลือง ท่าทางดูมิธรรมดา นั่นคือซีหวังซุน
ถงหลูตกใจเป็นยิ่งนัก เขาตะโกนว่า “อาจารย์อา?”
คนที่รู้จักซีหวังซุนนั้นมีไม่มาก เมื่อได้ยินเช่นนี้จึงพากันทำการคารวะ
เหล่าศิษย์และผู้ดูแลที่อยู่ในลานเมฆต่างเผยให้เห็นสีหน้าดีใจ
ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็พบเห็นความผิดปกติ
บนร่างกายของซีไหวซุนมีเลือด!
เขามิได้กำลังเอามือไพล่หลัง แต่มือทั้งสองข้างของเขาถูกมัดเอาไว้ด้านหลัง!
ถงหลูตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขามองไปทางด้านหลังของซีหวังซุน เพ่งมองออกไป ถึงจะมองเห็นเชือกเส้นนั้น
เชือกเส้นนั้นมิใช่เชือกจริงๆ หากแต่เหมือนเป็นเงา เมื่ออยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนจึงไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ของสำนักกระบี่ซีไห่หรือศิษย์ของสำนักต่างๆ ที่ล้อมโจมตีลานเมฆอยู่ ทุกคนต่างส่งเสียงฮือฮาออกมา!