ลิ่วสือซุ่ยเคยเห็นพัดอันนี้
ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านเมื่อในอดีต บัณฑิตชราโบกพัดเบาๆ ก็ทำให้วิญญาณของยอดฝีมือสำนักเสวียนอินต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
แต่เมื่อครู่เขามองเห็นอย่างชัดเจน บัณฑิตชราเพียงแต่หยิบพัดขึ้นมา แต่กลับมิได้ทำอะไร
“ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เขาถามเสียงสั่น
“ไม่เป็นไร”
บัณฑิตชรากล่าว
ทันทีที่กล่าวจบ บริเวณหน้าผามีเสียงตกกระทบพื้นดังเบาๆ ขึ้นมา
บัณฑิตชรายังคงสวมชุดสีน้ำเงินที่ซีดจนเกือบจะเป็นสีขาวชุดนั้น
ด้านหน้าชุดพลันมีรอยปริแตก
เลือดสดๆ ทะลักออกมา
……
……
เมืองเจาเกอยังคงมีฝนตก เปาะแปะๆ ช่างน่ารำคาญนัก
ชายหลังคาของวัดไท่ฉางถูกฝนชะล้างจนเปล่งประกาย
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างชายหลังคาค่อนข้างหงุดหงิด
ไม่ว่าจะเป็นคนของวัดไท่ฉางหรือคนของกรมชิงเทียน วันนี้พวกเขาล้วนแต่ยุ่งอย่างมาก ทั่วทุกที่ในเมืองเจาเกอล้วนแต่กำลังจับคน ทุกที่ล้วนแต่มีคนตาย
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขารู้ว่าพรุ่งนี้อาจจะไม่ได้พักผ่อน อีกสองสามวันหลังจากนี้จะมีคนอีกมากถูกส่งเข้ามายังเมืองเจาเกอ ถูกส่งเข้าไปในคุกสะกดมาร รอให้พวกเขาทำการไต่สวน
แต่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ที่ส่งมาถึงหน้าพวกเขาก็คงจะกลายเป็นศพกันหมดแล้ว
มิเพียงแต่ฆ่าคนเท่านั้น แต่ฝีมือการฆ่าตัวตายของนักฆ่าของปู้เหล่าหลินก็ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน
เรื่องที่ยากลำบากที่สุดในการทำลายปู้เหล่าหลินก็คือการหาสายที่พวกเขาแอบซ่อนเอาไว้ในราชสำนักและสำนักต่างๆ
ปัญหาอยู่ที่ว่ามือสังหา