ไม่รู้ว่าเขารับรู้ได้ถึงอะไร ถึงขนาดหมุนตัวหนีไปอย่างไม่ลังเล เพียงพริบตาก็เปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่ หายลับไปในขอบฟ้า
แม้จะหนีไปอย่างกะทันหัน เขาก็ยังไม่คิดที่จะปล่อยหลิ่วสือซุ่ยไป ขณะที่กำลังจะจากไป เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เจตน์กระบี่สายหนึ่งพุ่งตรงไปที่หน้าอกของหลิ่วสือซุ่ย
หลิ่วสือซุ่ยได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถหลบกระบี่นี้ได้
เสี่ยวเหอกระโดดเข้าไปหาเขา
ทันใดนั้นนางได้สติขึ้นมา อดรู้สึกเสียใจขึ้นมาไม่ได้
ไม่รู้ว่าหลายปีมานี้กำไลข้อมืออันนั้นมันมีอิทธิพลต่อวิญญาณของนางมากเกินไปหรือเปล่า หรือว่าหลายปีมานี้นางมักจะคิดถึงแต่เรื่องที่ว่าต้องทำให้หลิ่วสือซุ่ยรอดชีวิตไปให้ได้ จนมันกลายเป็นคำความคิดที่ย้ำเตือนนางอย่างหนึ่ง นางกระทั่งคิดก็ไม่ได้คิด กระโจนเข้าไปหาหลิ่วสือซุ่ย
ทำไมตัวเองถึงได้โง่แบบนี้นะ? อีกประเดี๋ยวตัวเองก็คงจะต้องตายแล้วสินะ นี่ถือว่าตายแบบโง่เขลาหรือเปล่า?
เสี่ยวเหอครุ่นคิดกับตัวเองถึงเรื่องเหล่านี้ แต่นางกลับพบว่าความตายมิได้มาเยือน กระทั่งความรู้สึกเจ็บปวดก็ไม่มี
นางยืดตัวขึ้น พบว่าตัวเองมิได้รับบาดเจ็บ จึงอดรู้สึกงุนงงไม่ได้ จากนั้นก็สังเกตเห็นสีหน้าของหลิ่วสือซุ่ยขาวซีด กำลังมองดูด้านหลังตัวเองอยู่
เสี่ยวเหอมองตามเขาไป พบว่าบัณฑิตชราผู้นั้นยืนอยู่ด้านหน้าพวกเขา
บัณฑิตชราผู้นั้นสีหน้าเรียบเฉย คล้ายว่ามิได้ทำอะไรเลย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ในมือเขามีพัดอันหนึ่งปรากฏขึ้นมา
ห