นใจครุ่นคิดว่าเป็นเพราะจิ๋งจิ่วให้เจ้ากินยาสินะ มิเช่นนั้นเจ้าซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดจะเลื่อมใสเขาถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?
“คุณชายมีของดีๆ เยอะมาก ความลับเองก็เยอะมากเช่นกัน แต่ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้”
หลิ่วสือซุ่ยพูดต่อว่า “เจ้าเคยได้ยินชื่อเจ้าล่าเยวี่ยไหม? นางเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อของสำนักชิงซานเชียวนะ ความลับนางก็เยอะมากเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นความลับนั้นยังเกี่ยวข้องกับคุณชายด้วย ข้าบังเอิญไปรู้เข้าเช่นกัน แต่ข้าบอกเจ้าไม่ได้หรอกนะ”
เสี่ยวเหอทนไม่ไหวแล้ว นางกล่าวว่า “เมื่อก่อนเจ้าก็พูดมากแบบนี้หรือ?”
ตอนที่อยู่ในเหลาสุรา เวลาที่พวกเขานั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะกินข้าว บ่อยครั้งที่พวกเขามักจะไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
ในความคิดของนาง นางคิดว่าหลิ่วสือซุ่ยเป็นคนที่มีความอดอนอดกลั้น มีความทะเยอทะยาน เช่นนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะมีนิสัยเงียบขรึมและมุ่งมั่น
ใครจะไปคิดบ้างว่าหลังออกมาจากเมืองไห่โจว เขาจะกลายเป็นคนที่พูดมากเช่นนี้
หลิวสือซุ่ยงุนงงไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวต่อ เพียงแต่น้ำเสียงเบาลงกว่าเดิมมาก
“ข้าไม่ได้คุยอย่างมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว”
เป็นเพราะเก็บซ่อนความลับเอาไว้มากมาย เป็นเพราะความกดดันที่หนักอึ้ง เป็นเพราะต้องปิดบังพวกเดียวกันและศัตรู
เด็กชายจากหมู่บ้านเล็กๆ ในภูเขาที่สงสัยใครรู้ในทุกๆ เรื่องและพูดมากคนนั้นนิ่งเงียบมาเป็นเวลาหลายปี
เสี่ยวเหอดึงเขามากอดเอาไว