มิที่อยู่ในถ้วยชาเองก็มีความพิถีพิถัน ไม่ร้อนและไม่เย็น เป็นอุณหภูมิที่เขาชื่นชอบที่สุด
หากเป็นเวลาปกติ ตอนนี้เขาคงจะดื่มชาไปแล้ว แต่วันนี้เขาถือถ้วยชาเอาไว้ แต่กลับไม่ยอมดื่ม คล้ายกำลังเหม่อลอย ไม่รู้กำลังคิดเรื่องใดอยู่
ด้านนอกพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมา แล้วก็มีเสียงอุทานตกใจ
ลู่กั๋วกงยังคงมองดูชาซ่านเหมยที่อยู่ในถ้วย สีหน้าไม่เปลี่ยน
เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังขึ้นมา มีหลายคนกำลังมุ่งหน้ามาหาเขา ชายที่แต่งตัวเป็นคนใช้คนหนึ่งถูกผลักล้มลงไปกับพื้น
มีคนกล่าวรายงานว่า “กั๋วกง คนผู้นี้คือคนงานที่อยู่ในห้องชา แซ่โจว เขาเป็นคนใส่พิษลงไปในชาขอรับ”
ลู่กั๋วกงไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมา กล่าวถามว่า “ตรวจดูพิษที่เหลือหรือยัง? เป็นพิษอะไร?”
“เจ้านี้มันระวังตัวเป็นอย่างมาก หลังวางยาเสร็จก็โยนห่อยาพิษลงไปในเตาไฟ ข้าห้ามไม่ทันขอรับ อีกประเดี๋ยวต้องตรวจดูพิษจากในน้ำชาขอรับ”
เมื่อดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ตอบผู้นั้นมิใช่คนของวัดไท่ฉาง หากแต่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมชิงเทียน
ลู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอาถ้วยชาวางลงไปบนโต๊ะเบาๆ มองดูคนงานในห้องชาผู้นั้น ดวงตาหรี่เล็กลง
มือสังหารของปู้เหล่าหลินมิใช่ผู้บำเพ็ญพรตที่ถนัดในการลอบสังหาร หากแต่เป็นคนงานทั่วไปที่ทำงานในวัดไท่ฉางมาหลายปี
หากมิเป็นเพราะรู้เรื่องนี้ก่อน บางทีวันนี้เขาคงจะดื่มชาในถ้วยลงไปแล้ว
สำหรับคนอย่างเขา พิษธรรมดาทั่วไปมิได้น่ากลัวอะไ