วุโสและศิษย์ที่ยืนอยู่ทั้งสองด้านของตำหนักต่างรู้สึกตกใจ จากนั้นรีบครุ่นคิดว่าตัวเองควรจะกล่าวชมรอยยิ้มของเจ้าสำนักว่าอบอุ่นเหมือนดังลมในฤดูใบไม้ผลิ หรือว่าควรจะรีบเข้าไปถามว่าเหตุใดเจ้าสำนักจึงยิ้ม?
ดูเหมือนอารมณ์ของเหอเว่ยจะมิเลวจริงๆ จึงมิได้ทำให้พวกเขาลำบากใจ หากแต่กล่าวออกมาตรงๆ ว่า “พวกเจ้าทำดีมาก ข้าชอบ”
เหล่าศิษย์คุนหลุนไม่เข้าใจ ในใจครุ่นคิดว่าปีนี้ไม่มีงานชุมนุมเหมยฮุ่ย ในงานเลี้ยงซื่อไห่สำนักเราก็มิได้ทำผลงานโดดเด่น แล้วเหตุใดเจ้าสำนักจึงกล่าวชมเช่นนี้?
“ได้ยินว่าเมื่อหลายวันก่อนสำนักเสวียนอินเกิดเรื่อง?”
เหอเว่ยมองไปทางชายหนุ่มวัยกลางคนที่ยืนอยู่ทางขวามือคนที่สาม
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมีนามว่าซ่งเชียนจี เป็นศิษย์น้องของเขา สภาวะสูงส่ง หากใช้สภาวะของดินแดนใต้มาแบ่ง เวลานี้เขาน่าจะอยู่ในขั้นคเนจรระดับสูงแล้ว
สำนักคุนหลุนและสำนักเสวียนอินต่างอยู่ในเขาเหลิ่งซาน อยู่ไม่ห่างกันมาก ภารกิจที่สำคัญที่สุดในเวลาปกติก็คือขี่กระบี่ลาดตระเวนไปรอบๆ คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของพรรคมาร
ซ่งเชียนจีมีนิสัยเยือกเย็นระแวดระวัง ฝีมือการขี่กระบี่ก็ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก จึงเหมาะที่จะทำเรื่องนี้มากที่สุด หลายปีมานี้ภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักเสวียนอินล้วนแต่เขาเป็นคนรับผิดชอบ
“สำนักเสวียนอินเกิดความวุ่นวายภายใน น่าจะมีคนตายไปไม่น้อย จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุขอรับ แต่ดูแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับเร