อเพียงเจ้ามีอายุยืนยาวมากพอ เจ้าก็จะพบว่าเรื่องราวบนโลกมันเป็นแค่เพียงการซ้ำไปซ้ำมาอันน่าเบื่อ ไม่เคยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงมาก่อน”
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขา จากนั้นชี้ไปยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง
ยอดเขาเหลี่ยงว่างและยอดเขาเสินม่อต่างก็มีทางขึ้นเขาเพียงเส้นเดียวเหมือนกัน
สองข้างทางของทางขึ้นเขา ทุกๆ ระยะสิบจ้างจะมีตะเกียงที่ลุกไหม้ตลอดทั้งวันทั้งคืนตั้งอยู่ดวงหนึ่ง เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะคล้ายเป็นเส้นแสงสองเส้นที่ขนานไปด้วยกัน คดเคี้ยวขึ้นไปตามภูเขาจนกระทั่งขึ้นไปถึงยอดเขา
จิ๋งจิ่วเข้าใจความหมายของนาง จึงกล่าวว่า “ถนนพอขึ้นไปถึงยอดเขาก็สิ้นสุด ทำได้เพียงลงมาใหม่อีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมา”
……
……
คืนนี้ยอดเขาเหลี่ยงว่างส่องสว่าง เนื่องเพราะต้องการให้ศิษย์ที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่จากงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนเมื่อวานนี้ได้เห็นสภาพภูเขาที่อันตรายในยามค่ำคืน
ตามธรรมเนียมแล้ว ในเวลานี้เหล่าศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่าง รวมไปถึงกั้วหนานซาน กู้หานและเจี่ยนหรูอวิ๋นจะมากล่าวสั่งสอนศิษย์ใหม่ แต่วันนี้กลับไม่ได้ทำเช่นนั้น
เพราะโหยวซือลั่วที่เป็นศิษย์อันดับสองของยอดเขาเหลี่ยงว่างออกมาจากการเก็บตัวแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังถามคำถามที่ยากจะตอบได้คำถามหนึ่ง
“เจ้าหลิ่วสือซุ่ยนั่น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สายตาเขากวาดมองไปบนใบหน้าของศิษย์พี่ศิษย์น้อง
ไม่มีใครตอบคำถามเขา กู้หานดูลังเล
กั้วหนานซานตบบ่าเขา กล่าวว่า “เดี๋ยวข้าเล่าให้ฟัง