าเรื่องเหล่านี้มันไร้ความหมายอย่างแน่นอน แต่ว่าข้าชอบนี่นา”
เมื่อพูดจบประโยคนี้ เขาก็ยกขลุ่ยกระดูกในมือขึ้นมา
เสียงขลุ่ยดังเป็นท่วงทำนอง จามรีมุ่งหน้าไปในทุ่งรกร้าง
……
……
เต๋อเซ่อเซ่อจากไปแล้ว
ค่ำคืนค่อยๆ มาเยือน
ความครึกครื้นจากงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนของชิงซานยังไม่จางหายไปจนหมด
เมื่อยืนอยู่ริมผา จะสามารถได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของสาวน้อยที่ดังมาจากยอดเขาฝั่งตรงข้าม
ในอดีตเขารู้สึกว่ายอดเขาชิงหรงอยู่ใกล้เกินไป
ไป๋กุ่ยและจักจั่นเหมันต์นอนหลับอยู่ในถ้ำ
จิ๋งจิ่วมิได้นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เหมือนอย่างทุกที หากแต่มายืนอยู่ริมผา
เขามองดูหมู่ยอดเขาชิงซานที่อยู่ภายใต้แสงดาว มิรู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
เจ้าล่าเยวี่ยเดินออกมาจากในถ้ำ มายืนอยู่ข้างกายเขา
“ข้าคือคนที่เหมาะจะเป็นนักฆ่าที่สุดบนโลก”
จิ๋งจิ่วกล่าว
คำพูดประโยคนี้มาอย่างกะทันหัน
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงภาพที่ทั้งสองคนสังหารจั่วอี้บนยอดเขากระบี่เมื่อในอดีต ในใจครุ่นคิดเป็นจริงดั่งว่า
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อไปว่า “นี่คือความคิดที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในตอนที่ข้าไล่สังหารอสูรขาหิมะในที่ราบหิมะคืนนั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เจ้าอยากจะบอกว่าเจ้าควรจะแสดงบทบาทนั้นแทนหลิ่วสือซุ่ย?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่มีทางทำ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เพราะว่าขี้เกียจ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เพราะการทำเรื่องเหล่านั้นมันไม่มีความหมายใดๆ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “หมายความว่าอย่างไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข