ปากข้าแล้วว่าจะให้พวกเขาสู้กันอย่างยุติธรรม เหตุให้ถึงให้ปู้เหล่าหลินไปลอบฆ่าเขา?”
จมูกชายชราเตี้ยผอมที่พูดเป็นสีแดง แต่มันมิได้เกี่ยวข้องกับความหนาวเย็น อาจเป็นเพราะความโกรธ
เขาก็คือผู้หลบหนีกระบี่ที่มีชื่อเสียงผู้นั้น ปรมาจารย์แห่งสำนักเสวียนอิน
หลังออกมาจากใต้ดินที่มองไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน คนที่เขาพูดคุยด้วยก็มีอยู่เพียงคนเดียว
อินซานกล่าวอย่างรู้สึกผิดว่า “ข้าคิดไม่ถึงว่าศิษย์หลานของเจ้าคนนั้นจะฝีมือดีขนาดนี้ ก็เลยเพิ่มอะไรลงไปอีกนิดหน่อย”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ในเมื่อปู้เหล่าหลินเชื่อฟังเจ้าขนาดนั้น เหตุใดตอนนั้นถึงยังต้องฆ่าเว่ยเฉิงจึให้ตาย?”
“น้ำยิ่งขุ่นยิ่งดี ขอเพียงบรรลุเป้าหมายได้ก็พอ”
อินซานกล่าว “เสี่ยวล่าเยวี่ยเป็นศิษย์ชิงซาน ต้องให้ขยะจากสำนักจงโจวมาเป็นคนฆ่าตั้งแต่เมื่อไร?”
ปรมาจารย์ของสำนักเสวียนอินกล่าวว่า “เจ้ากับปู้เหล่าหลินมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่?”
อินซานกล่าว “เอาไว้ถึงวันที่ปู้เหล่าหลินล่มสลาย ข้าจะบอกเจ้าแน่นอน”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวถามว่า “เจ้าอยากทำลายปู้เหล่าหลิน?”
อินซานส่ายศีรษะ กล่าวว่า “มิใช่ข้า หากแต่เป็นเด็กพวกนั้นที่อยากทำเรื่องนี้”
ปรมาจารย์แห่งสำนักเสวียนอินกล่าวว่า “เหตุใดเจ้าถึงต้องช่วยพวกเขา?”
อินซานยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “หากศิษย์น้องข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาจะต้องรู้สึกว่