หลายวันก่อน ในช่วงพลบค่ำของวันหนึ่ง นางได้พบกับหลิ่วสือซุ่ยเป็นครั้งแรกใต้โคมไฟของงานเลี้ยงซื่อไห่ จากนั้นก็ทำความรู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ
นางรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยคือคนที่องค์กรให้ความสำคัญ แต่นางก็มิได้สนใจในภารกิจนี้เท่าไรนัก เพราะนางถนัดทำเรื่องแบบนี้
ทว่านับแต่ที่ได้เจอหลิ่วสือซุ่ย นางก็เริ่มสับสนกระวนกระวายขึ้นมา จนกระทั่งถึงตอนนี้
เหตุใดดอกมะลิดอกนั้นถึงไปอยู่บนปกเสื้อของเขาได้?
……
……
พริบตาก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี
ลมทะเลยังคงพัดเหมือนปกติ ชายหญิงที่อยู่ใต้โคมไฟอาจจะเปลี่ยนคน แต่ภาพยังคงเหมือนอดีตไม่เปลี่ยนไป
ชิงซานยังคงเหมือนเก่า เทียนกวงยังคงสูงเช่นนั้น ซั่งเต๋อยังคงหนาวเย็นเช่นนั้น ซื่อเยวี่ยยังคงวุ่นวายเช่นนั้น เสินม่อยังคงโดดเดี่ยวเช่นนั้น
ยังคงเหมือนอดีตที่ผ่านมา ยอดเขาเสินม่อคล้ายตัดขาดจากทุกสิ่ง มีเพียงศิษย์น้องอวี้ซานที่จะมาส่งของให้แก่หยวนฉวี่ในบางครั้ง
ของใช้ทั้งหมดของศิษย์ทั้งสี่คนล้วนแต่เป็นศิษย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยนำมาส่งให้ที่ด้านล่างยอดเขา จากนั้นเหล่าวานรก็จะเป็นคนขนมันขึ้นมาบนยอดเขา
เหล่าศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาซีไหลรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว เพราะยอดเขาเสินม่อคล้ายไม่ต้องการคัมภีร์เกี่ยวกับการบำเพ็ญพรตเลย
สภาวะขั้นมิประจักษ์ระดับต้นของหยวนฉวี่มีความคงที่แล้ว
เจ้าล่าเยวี่ยยังคงรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสภาวะขั้นคเนจร
สภาวะของกู้ชิงมียิ่งลึกล้ำมากขึ้น ความเข้าใจท