ว่าคงไม่ใช่หรอกกระมัง?
ด้านบนถ้ำมีเสียงจิ๋งจิ่วดังขึ้นมา “หยวนกุย เยาจี อาต้า ในชื่อของพวกมันล้วนแต่มีเลขหนึ่งอยู่ นั่นเป็นเพราะว่าพวกมันสามตัวล้วนแต่คิดจะเป็นพี่ใหญ่”
เมื่อคืนหิมะตกลงมา เขาย้ายกลับเข้าไปในตำหนัก เอาเก้าอี้ไม้ไผ่วางที่ข้างหน้าต่าง จากนั้นเปิดหน้าต่างตลอดทั้งคืน
หางที่ดูเหมือนเสาธงที่อยู่ในพื้นหิมะขยับ คล้ายกำลังแสดงออกว่าเห็นด้วย
กู้ชิงเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าต่าง ก่อนกล่าวว่า “อย่างนั้นท่านเย่เซี่ยวล่ะขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ซือโก่วคิดว่าพวกมันสามตัวปัญญาอ่อน”
กู้ชิงกับหยวนฉวี่นึกอยากหัวร่อ แต่เมื่อเห็นหางที่อยู่ในหิมะหางนั้น พวกเขากลับมิกล้า
ทันใดนั้นพลันมีเสียงหวีดดังขึ้นมา
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปริมผา คลายผนึกปิดกั้น ยื่นมือไปรับเอาจดหมายกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
นางเปิดจดหมายกระบี่ออก ก่อนจะมองขึ้นไปยังชั้นสองพลางกล่าวว่า “สำนักกระบี่ซีไห่มาเยือน มีคนอยากจะท้าเจ้าสู้”
จิ๋งจิ่วถาม “ใคร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เจ้าปัญญาอ่อนถงหลู”
กู้ชิงและหยวนฉวี่ทนไม่ไหวแล้ว พวกเขารีบฉวยโอกาสนี้หัวร่อออกมาเสียงดัง
……………………………….