จครุ่นคิดว่าชิงซานนี่แย่ลงทุกวันจริงๆ ดูเผินๆ แล้วยอดเยี่ยม แต่ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้?”
“ในเมื่อจะอุ้มมันไป ก็ย่อมต้องเอาไม้วิญญาณอัศนีไปด้วย”
จิ๋งจิ่วกล่าวจบ ก็เดินไปตรงกลางของพื้นหยกสีเขียว
พื้นหยกข่ายพลังเกิดการตอบสนอง เริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาด้วยตัวเอง พื้นค่อยๆ ยกขึ้นมา มีแท่นหินสี่เหลี่ยมแท่นหนึ่งปรากฏขึ้นมา
บนแท่นหินมีจานกระเบื้องวางอยู่สามสี่ใบ ภายในจานกระเบื้องมีวัตถุสีดำเมื่อมวางอยู่หลายท่อน จากลวดลายที่พอจะมองเห็นลางๆ ทำให้รู้ว่ามันน่าจะเป็นท่อนไม้
นี่คือไม้วิญญาณอัศนีที่ล้ำค่าที่สุดของชิงซาน
ไม้วิญญาณอัศนีฝังอยู่ในใจกลางไม้โบราณที่จมอยู่ในส่วนลึกของน้ำวนยักษ์ ถูกแช่อยู่ในน้ำทะเลเป็นเวลายาวนาน แล้วก็ถูกแรงกดดันของน้ำวนยักษ์ชะล้างเป็นเวลายาวนาน จากนั้นถูกยอดฝีมือขั้นทะลวงสวรรค์ของสำนักชิงซานเก็บขึ้นมา เพื่อมารับพลังสายฟ้าอยู่บนยอดเขาปี้หู หลังจากนั้นอีกห้าร้อยปีถึงจะสุกงอม กลายเป็นไม้วิญญาณอัศนีที่เล่าลือกัน
สำนักชิงซานก่อตั้งสำนักมาเป็นหมื่นปี จำนวนของไม้วิญญาณอัศนีเองก็มีจำกัด กระจัดกระจายไปจำนวนหนึ่ง ก่อนหน้านี้หลายปีก็มาถูกขโมยไปอีกสองท่อน เวลานี้เหลือเพียงแค่หกท่อน ในนั้นมีอยู่ท่อนหนึ่งยังไม่สุกงอม จำเป็นต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่เพื่อรับพลังสายฟ้าต่อ
จิ๋งจิ่วเก็บไม้วิญญาณอัศนีห้าท่อน จากนั้นเหลียวกลับมามองดูเจ้าล่าเยวี่ย ก่อนจะพบว่าท่าทางในการอุ้มแมวของนางดูแข็งเกร็ง สีหน้าเหม