ตำหนักเต๋าด้านหน้าหน้าผา
เจ้าแห่งยอดเขาปี้หูเฉิงโหยวเทียนกำลังพูดคุยอยู่กับผู้อาวุโสสองคน ทันใดนั้นพลันได้ยินลูกศิษย์แจ้งมา จึงตกตะลึงไปทันที
“เดินเล่น?”
ผู้อาวุโสคนนหนึ่งกล่าวเสียงแหบเล็กน้อย “คิดว่ายอดเขาปี้หูของพวกเราเป็นสวนดอกไม้ด้านหลังยอดเขาเสินม่อ อยากจะมาก็มาอย่างนั้นหรือ? นี่มันจะเสียมารยาทเกินไปหน่อยหรือเปล่า?”
ศิษย์ชิงซานบำเพ็ญพรตอย่างยากลำบาก นอกจากมีธุระแล้ว น้อยครั้งนักที่จะมีศิษย์ไปเดินเล่นชมทิวทัศน์อยู่ในยอดเขาอื่น ยกเว้นก็แต่ศิษย์หญิงของยอดเขาชิงหรงเหล่านั้น
แต่แน่นอนว่าถ้าอยากจะมาเดินเล่นก็ย่อมต้องทำได้ ไม่มีใครจะห้ามเจ้า แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่วนั้นมิใช่ศิษย์ธรรมดา โดยเฉพาะเจ้าล่าเยวี่ยนั้นเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ แต่มิได้ทำเรื่องแจ้งมา กระทั่งบอกกล่าวสักเล็กน้อยก็ไม่มี แล้วจะไปเดินเล่นในยอดเขาอื่น นี่มันออกจะเสียมารยาทไปหน่อยจริงๆ
เฉิงโหยวเทียนมองผู้อาวุโสคนนั้น ก่อนจะกล่าวเสียดสีเล็กน้อย “ศิษย์พี่อยากจะพูดอะไรกันแน่? เพราะเรือนเป๋าซู่ถูกยอดเขาเสินม่อเอาไป ในใจเลยรู้สึกไม่ค่อยดี?”
เมื่อปีก่อนเขาเพิ่งจะบรรลุจากขั้นคเนจรเข้าไปยังขั้นแหวกทะเล เรียกได้ว่าเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในยอดเขาทั้งเก้ารองจากเจ้าล่าเยวี่
ผู้อาวุโสสองคนนั้นบรรลุเข้าสู่ขั้นแหวกทะเลมาตั้งแต่หลายปีก่อน สภาวะสูงส่งกว่าเขา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการถากถางของเขากลับไม่มีตอบสนองใดๆ
ผู้อ