ับไปวางบนอุ้งเท้านุ่มๆ เกียจคร้านที่จะสนใจเขา ในใจครุ่นว่าคิดครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กนะ
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ามาเพราะมีธุระ”
ไป๋กุ่ยคิดในใจว่าเหลวไหล ไม่อย่างนั้นเจ้าจะมาทำอะไร
จิ๋งจิ่วกล่าว “ยังไงซะเจ้าก็นอนหลับอยู่ทุกวัน ถ้าไงไปนอนที่ยอดเขาของข้าไหม?”
ไป๋กุ่ยเหลือบมองเขา
บนยอดเขาปี้หูมีสายฟ้า มีดาวตก ทั้งยังมีไม้วิญญาณอัศนี แล้วจะให้ข้าไปอยู่บนยอดเขาที่ไม่มีอะไรนั่นของเจ้า จะให้ข้ากินอะไร? ดื่มอะไร?
“ไม่นาน สั้นๆ ก็สามปี นานหน่อยก็ห้าปี ถ้าเจ้าตกลง เรือนเป่าซู่คืนให้ยอดเขาปี้หูครึ่งหนึ่ง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ยอดเขาปี้หูรับใช้เจ้ามายาวนานขนาดนี้ เจ้าคงไม่อยากเห็นพวกเขาลำบากเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”
แมวขาวหรี่ตา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
มือของจิ๋งจิ่ววางลงไปบนตัวมัน
ม่านตาของไป๋กุ่ยหดเล็กเหมือนเข็ม ขนเองก็ตั้งชูชันขึ้นมา
เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่มันแผ่ออกมา เจ้าล่าเยวี่ยพลันตื่นเต้น
สีหน้าจิ๋งจิ่วมิเปลี่ยน ลูบไล้ไปบนตัวมัน
แมวเขาหลับตา ยอมให้เขาลูบไล้
มือของจิ๋งจิ่ววางลงไปบนคอของมัน ทันใดนั้นพลันคว้าจับแล้วยกมันขึ้นมา
ไป๋กุ่ยพลันลืมตา มิอาจทนต่อไปได้อีก มันร้องเมี๊ยวออกมา เตรียมลงมือโจมตี
ทันใดนั้นเอง มันพบว่าตัวเองตกลงไปบนที่ที่อบอุ่น
ในอ้อมอกของเจ้าล่าเยวี่ย
ไป๋กุ่ยลังเลอยู่ครู่ ใช้ใบหน้าถูไถไปมา จากนั้นใช้ขาหน้าเหยียบลงไป
รู้สึกไม่เลว นุ่มเป็นอย่างมาก
มันใจ