ดกันแน่
จิ๋งจิ่วเดินไปนั่งลงบนบันไดหินหน้าตำหนัก
แมวสีขาวตัวหนึ่งฟุบหมอบอยู่ที่นั่น บนขนสีขาวอันยุ่งเหยิงล้วนเต็มไปด้วยเศษฝุ่น
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจ หรือนี่ก็คือท่านผู้นั้น?
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูขนสกปรกของแมวขาว พลางคิดถึงผมของตัวเองเมื่อในอดีต อารมณ์ตื่นเต้นหายไปเล็กน้อย จากนั้นเดินเข้าไป มองดูจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วส่งสายตาบอกนางว่าไม่ต้องกลัว เขากล่าวกับแมวขาวตัวนั้นว่า “นางคือเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อในตอนนี้ ชื่อเจ้าล่าเยวี่ย”
แมวขาวมิได้ลืมตา มันยังคงฟุบหมอบอย่างเกียจคร้านอยู่
จิ๋งจิ่วกล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยว่า “ไป๋กุ่ยผู้พิทักษ์แห่งชิงซาน หรือเจ้าจะเรียกมันว่าหลิวอาต้า[1]ก็ได้”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจ เป็นเช่นนี้นี่เอง สีหน้านางพลันสงบนิ่ง ก่อนจะคารวะอย่างตั้งใจ
ความอาวุโสของผู้พิทักษ์แห่งชิงซานสูงส่งกว่าเจ้าสำนักมากนัก เรียกได้ว่าเป็นรากฐานที่ทำให้ชิงซานสงบสุขมาได้เป็นหมื่นปี
นางเพียงแต่รู้สึกว่าชื่อของผู้พิทักษ์ฟังดูบ้านนอกไปหน่อย
ไป๋กุ่ยลืมตา มองดูเจ้าล่าเยวี่ย ในสายตาเต็มไปด้วยความเฉยชาและเกียจคร้าน
ทันใดนั้น ดวงตาของมันพลันเปล่งประกาย จากนั้นเหลือบมองไปทางจิ๋งจิ่ว
—-ผู้สืบทอดที่เจ้าเลือกมาเป็นผู้หญิงหรือนี่ หรือสุดท้ายเข้าใจแล้วว่าการบรรลุเป็นเซียนมันไม่มีอะไรน่าสนใจ อยู่บนโลกมนุษย์สนุกกว่าเยอะ?
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าในใจมันกำลังคิดอะไรอยู่ จึงกล่าวว่า “หลังจากนี้ฝากดูแลด้วยนะ”
ไป๋กุ่ยเอาหัวกล