้ว่าเหตุใดเขาจึงหยุดเดิน ดูแล้วอีกประเดี๋ยวคงจะได้ฟังเรื่องราว แม้แต่นางก็ยังอดรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้
“คุกกระบี่คือประตูแห่งความตายของข่ายพลังชิงซาน ผนึกปิดกั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เขาใช้ทุกวิถีทางก็ยังไม่อาจหนีออกมาได้”
น้ำเสียงของจิ๋งจิ่วมิได้แฝงเอาไว้ด้วยอารมณ์ใดๆ
“จนกระทั่งในปีหนึ่งเขาหาวิธีเอาไม้วิญญาณอัศนีมาได้ท่อนหนึ่ง ตัดสินใจละทิ้งร่างเต๋า ย้ายวิญญาณเข้าไปอยู่ในร่างศิษย์เผ่าหมิงผู้หนึ่ง จนสุดท้ายหลบหนีออกไปได้สำเร็จ”
ในเวลานั้น สายตาของยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานไปจนถึงทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนต่างจับจ้องไปยังยอดเขาเสินม่อ ช่างเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด
เจ่าล่าเยวี่ยคิดถึงศพที่อยู่นอกเมืองอวิ๋นจี๋ศพนั้น นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “แต่แบบนี้ยังปลอดภัยไม่พอ ดังนั้นเขาจึงยืมกระบี่ของอาจารย์เมิ่งมาแสร้งสังหารตนเองแล้วหนีไป ตัดขาดเบาะแสทั้งหมด”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เจวี่ยนเหลียนเหรินพูดไว้ไม่ผิด อาจารย์เมิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ ด้วย”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เขาอาจจะไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด แต่จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน แบบนี้ยอดเขาซั่งเต๋อถึงจะสืบยอดเขาปี้หูได้”
เจ้าล่าเยวี่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “แต่อาจารย์เมิ่งบำเพ็ญเพียรเพื่อจะบรรลุสภาวะขั้นคเนจรอยู่บนยอดเขาซั่งเต๋อตลอด”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เก็บตัวก็คือถูกขัง”
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าใจ หลังนิ่งเงียบไปครู่จึงกล่า