วว่า “เหลยพั่วอวิ๋นอดีตเจ้าแห่งยอดเขาปี้หูถูกขังเพราะเหตุนี้ เหตุใดภายหลังจึงหนีออกมาได้?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ย่อมต้องถูกคนปล่อยออกมา”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “พรรคพวกอยากจะช่วยเขา?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “อาจจะเพื่อปิดปาก เพราะยอดเขาซั่งเต๋อไม่มีทางฆ่าเขา”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูยอดเขาอันหนาวเย็นที่อยู่ไกลออกไปยอดนั้น กล่าวว่า “เจ้าสืบเรื่องไม้วิญญาณอัศนีก็เพื่อต้องการสืบคนที่หนีไปผู้นั้น มิใช่เพราะเรื่องที่ปรมาจารย์อาจิ่งหยางบรรลุเป็นเซียน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข่ายพลังบรรลุเป็นเซียนไม่จำเป็นต้องใช้ไม้วิญญาณอัศนี”
เจ้าล่าเยวี่ยดึงสายตากลับมา มองดูเขาแล้วถามว่า “อย่างนั้นไม้วิญญาณอัศนีอีกท่อนหนึ่งอยู่ที่ไหน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ย่อมต้องมีทางใช้”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า “อย่างนั้นวันนี้พวกเรามายอดเขาปี้หูทำไม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าต้องการสืบ ยังไงก็ต้องให้เจ้ามาเห็นด้วยตาตัวเอง แล้วก็พาเจ้ามาเจอเพื่อนคนหนึ่งด้วย”
ครั้นพูดจบประโยคนี้ เขาก็ยกเท้าก้าวเดินต่อไป เจ้าล่าเยวี่ยเดินตามอยู่ด้านหลังเขา
ทางขึ้นเขาค่อยๆ ชันขึ้น ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร หมอกบางพลันแหวกออก ความชื้นถาโถมเข้ามา สามารถมองเห็นตำหนักเต๋าที่ตั้งเรียงรายอยู่ตรงริมผาได้ไกลๆ
เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่าด้านหลังผานั้นก็คือทะเลสาบแห่งนั้น
“นั่นใคร?”
เจตน์กระบี่เย็นยะเยือกปรากฏขึ้นมา ศิษย์สองคนเผยกาย พลางมองพวกเขาอย่างระแวดระวัง