นางมองดูกระบี่มิคำนึงที่อยู่ในมือ สีหน้างุนงงเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“ทำไมถึงทำเลอะเทอะขนาดนี้อีกแล้ว?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา
จิ๋งจิ่วขี่กระบี่บินลงมา
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขา จู่ๆ พลันถามขึ้นมาว่า “ยอดเขากระบี่?”
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่านางถามเรื่องนี้ทำไม จึงกล่าวว่า “จั่วอี้”
เจ้าล่าเยวี่ยมั่นใจว่านี่เป็นเขาจริงๆ จึงยิ้มขึ้นมา
ลักยิ้มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
……
……
กู้ชิงและเด็กหนุ่มแซ่หยวนลงมายังยอดเขา
เมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า เด็กหนุ่มแซ่หยวนเหม่อลอย ก่อนกล่าวถามว่า “อาจารย์…มีลักยิ้มด้วยหรือ?”
กู้ชิงกล่าว “มีสิ ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยที่อาจารย์เสียบดอกไม้ให้นาง อย่างน้อยก็มีคนหลายร้อยคนที่เห็น”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนกล่าวอย่างตกตะลึง “ข้าไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง….เอ่อ ทำไมอาจารย์กลับไปล่ะ? อาจารย์อาเพิ่งจะกลับมา หรือว่าอาจารย์จะเก็บตัวบำเพ็ญเพียรอีกแล้ว?”
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆ เจ้าล่าเยวี่ยถึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในถ้ำ
เรื่องที่ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องไปคิด
เขามองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยบนยอดเขา รับรู้ถึงสายลมฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น รู้ว่าที่นี่เหมาะแก่การนอนมากกว่าถ้ำที่หนาวเย็น
อย่างน้อยเก้าอี้ไม้ไผ่ก็ไม่ถูกแช่เย็นจนแข็งเกินไป
ความคิดขยับ
เก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นปรากฏขึ้นมาตรงที่ที่มันเคยวางอยู่เป็นประจำตรงริมหน้าผา
บนพื้นตรงนั้นมีรอยยุบลงไปหกรอย
จิ๋งจิ่วนอนลงไป ส่งเสียงอืมออกมา