ขาจำเป็นต้องถามให้กระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้นกับจิ๋งจิ่วและไป๋เจ่ากันแน่
จุดเริ่มต้นของทุกอย่างย่อมต้องเป็นเรื่องที่ลั่วไหวหนานเล่าให้ฟังเรื่องนั้น
ไป๋เจ่ามองจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วกล่าว “เรื่องนี้ไม่สำคัญ”
เหอกั๋วกงคล้ายคิดอะไรอยู่ มิได้ไล่ถามต่อ
เจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักอื่นๆ บำเพ็ญเพียรจนมีสภาวะระดับนี้ พวกเขาย่อมมิใช่คนโง่ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าการนิ่งเงียบของไป๋เจ่าและคำพูดประโยคนี้ของจิ๋งจิ่วหมายความว่าอย่างไร แต่เรื่องนี้อาจจะมีความเกี่ยวพันถึงสำนักจงโจว พวกเขาไหนเลยยังจะถามต่อไปได้
สมณะตู้ไห่ถามอย่างเป็นห่วงว่า “พวกเจ้ารอดมาได้อย่างไร?”
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นถามประโยคนี้ คงจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการยั่วยุหรือเป็นอย่างอื่นได้ง่ายๆ แต่ไม่มีใครที่จะสงสัยในเจตนาของหัวหน้าอารามหลี่ว์ถังแห่งวัดกั่วเฉิง
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร
ไป๋เจ่ามองจิ๋งจิ่ว ก่อนกล่าวว่า “หลังติดอยู่ในถ้ำ ข้าก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จินตันใกล้แตก ดูแล้วใกล้จะไม่ไหว ศิษย์พี่จิ๋งจิ่วใช้เพลิงกระบี่ให้ความอบอุ่น อีกทั้งยังถ่ายทอดวิชาให้ข้า จากนั้นข้าก็ทำสมาธิ จนกระทั่งวันนี้ถึงจะตื่นขึ้นมา”
เหรินเชียนจู๋ถึงได้รู้ว่าบุตรสาวอันเป็นที่รักของเจ้าสำนักประสบกับปัญหาแบบนี้ จึงถามอย่างเป็นห่วงว่า “แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ไป๋เจ่ากล่าวเสียงเบาๆ “ไม่เป็นไรแล้ว”
เจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ พากันตกตะลึงจนพูดไม่ออก ในใจครุ่นคิดว่าจินตัน