ถึงแม้ที่ชิงซานจะไม่ร้อน แต่มันก็มิได้หนาวเย็น ไม่เหมาะจะให้สิ่งมีชีวิตของแคว้นเสวี่ยอยู่อาศัยแน่นอน
แต่ในเมื่อด้วงหิมะอยากจะตามเขากลับไป เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร พลางเก็บมันกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง
จากนั้นเขาเงยหน้ามองไปทางเหนือ
สายตาเขาทอดมองผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนกับหมอกอันหนาวเย็นและพายุหิมะอันคุ้มคลั่งที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ยอดเขาโดดเดี่ยวที่อยู่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้
นับตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน จิตสำนึกสายนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสงบขึ้น มิได้กระวนกระวาย แล้วก็มิได้อ่อนไหวขนาดนั้นอีก
แต่ความรู้สึกของเขากลับยิ่งไม่ค่อยดี
เพราะขอเพียงสัญชาตญาณที่จะกลืนกินทุกสรรพสิ่งของอีกฝ่ายยังไม่ถูกกำจัด ยิ่งสงบนิ่งเท่าไรมันก็ยิ่งน่ากลัวเท่านั้น
เขาเข้าใจแล้วว่าศิษย์พี่อยากจะให้ตนเองดูอะไร
“ข้าจะไปแล้ว”
เขากล่าวกับยอดเขาโดดเดี่ยวที่อยู่ไกลออกไปแห่งนั้น
ยอดเขาโดดเดี่ยวไม่มีการตอบสนอง
จิ๋งจิ่วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในถ้ำ
……
……
ช่วงเวลากลางดึก กู้ชิงตื่นขึ้นมา ก่อนจะหยิบเอายาไป๋เฉ่าให้จิ๋งจิ่วกินอีกเม็ด
จากนั้นเขาเดินออกไปนอกถ้ำ นั่งลงข้างเซี่ยงหว่านซู พลางกล่าวถามว่า “ทางนั้นว่าอย่างไรบ้าง?”
เซี่ยงหว่านซูกล่าว “ให้พวกเราระมัดระวัง รีบพาพวกเขากลับไป”
กู้ชิงรู้สึกตกใจ พลางกล่าวว่า “ไม่มีคนมา?”
“ใช่”
เซี่ยงหว่านซูเหลียวหน้ากลับไปมองดูในถ้ำ พลางกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ไม่รู้หลายปีมานี้พวกเขาผ่านมันมาได้อย่างไร”
กู