้ชิงคิดถึงชุดขาวขาดๆ ของอาจารย์และร่างกายที่อ่อนแอ พลางถอนใจออกมา “นั่นสิ”
เซี่ยงหว่านซูกระเถิบเข้ามาใกล้ กล่าวถามเสียงเบาว่า “ผู้อาวุโส…จิ๋งจิ่วได้บอกหรือเปล่า ศิษย์พี่ของข้าเป็นอะไรกันแน่?”
กู้ชิงกล่าว “อาจารย์บอกว่าไม่เป็นอะไร เช่นนั้นก็ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องกังวล”
……
……
วันที่สอง
รังไหมหิมะที่อยู่ในถ้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ในตอนที่มีลมพัดผ่านมา ผิวของรังไหมกระเพื่อมเบาๆ คล้ายผิวน้ำ ราวกับว่ารังไหมกำลังอ่อนตัวลง
เหล่าศิษย์สำนักจงโจวสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงยิ่งรู้สึกวิตกกังวล
กู้ชิงมั่นใจแล้วว่าอาจารย์ของทั้งสองสำนักล้วนแต่ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามา จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
พอตกเย็น แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดไปบนหน้าผา จิ๋งจิ่วยืนขึ้นมา เก็บเก้าอี้ไม้ไผ่ เดินออกไปนอกถ้ำ
ศิษย์สำนักจงโจวที่ตั้งข่ายพลังอยู่ด้านนอกถ้ำต่างรู้สึกตกใจ ครุ่นคิดในใจว่าเจ้าจะไปไหน? เซี่ยงหว่านซูตอบสนองไวที่สุด เขามองไปในถ้ำด้วยสีหน้าตื่นเต้น
เปลือกนอกของรังไหมหิมะมีเส้นไหมเส้นหนึ่งลอยขึ้นมา ถูกลมพัดผ่าน พลิ้วไหวแผ่วเบา เมื่ออยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ดูไปคล้ายกับผีเสื้อกลางคืนที่งดงามที่อยากจะตัดเส้นไหมที่อยู่ด้านหลังร่างกายทิ้งไป
………………………………..