เห็นได้ชัดว่ากลุ่มเล็กสองกลุ่มนั้นก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน ก่อนพระอาทิตย์ตกดินก็ได้ลดความเร็วลง รอให้กลุ่มของกู้ชิงตามมาทัน
“เจ้าคิดจะทำอะไร?” ถงหลูจ้องมองดวงตาของกู้ชิงพลางถาม
กู้ชิงกล่าว “ไม่เกี่ยวกับเจ้า”
ถงหลูมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก ไม่กล่าวกระไรอีก
ปีนี้เขามาเข้าร่วมการประลองวิถีพรตยังที่ราบหิมะ มิได้มีเป้าหมายอื่น เพียงแค่คิดอยากจะทบทวนความทรงจำในตอนนั้น รำลึกถึงมิตรภาพระหว่างเขากับลั่วไหวหนาน
ในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของถงหลู เช่นนั้นก็ต้องเกี่ยวข้องกับกลุ่มของเซี่ยงหว่านซู
สายตาทุกคนมองกลับไปกลับมาระหว่างสองคน บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด
เพราะเรื่องราวของลั่วไหวหนานเรื่องนั้น เพราะจิ๋งจิ่วและไป๋เจ่าไม่ได้กลับมา ความสัมพันธ์ของสำนักชิงซานและสำนักจงโจวจึงมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์
แต่ความสัมพันธ์นี้ก็ต้องหยุดลงไปเมื่อสามปีก่อน
เพราะลั่วไหวหนานเสียชีวิต คนที่ฆ่าเขาคือศิษย์ที่ถูกขับออกจากชิงซานคนหนึ่ง ความจริงแล้วเรื่องนี้มิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับชิงซาน แต่ผลกระทบของมันกลับไม่สามารถลบล้างให้หายไปได้
“ไม่ทราบว่าสหายกู้ตามพวกเรามาทำไม?”
เซี่ยงหว่านซูมองกูชิงด้วยสายตาระแวดระวัง
กู้ชิงกล่าว “แผ่นดินกว้างใหญ่ ข้าอยากจะไปให้ทั่ว”
เซี่ยงหว่านซูรู้สึกจนปัญญา ในใจครุ่นคิด สหายที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างบอกว่ากู้ชิงมีนิสัยสุขุมเป็นมิตร คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะติดนิสัยของยอดเขาเสินม