มาแย่งชิงตราประทับหมื่นลี้และกระบี่มิคำนึง เพียงแต่ต้องระมัดระวังเอาไว้ก่อน
ตลอดทั้งคืนไม่มีการพูดจา
แสงแดดยามเช้ามาเยือน ทุกคนตื่นขึ้นมา ทันใดนั้นพลันรู้สึกว่าแสงแดดในวันนี้ส่องสว่างกว่าหลายวันก่อน
ทันใดนั้นพลันมีคนส่งเสียงตะโกนขึ้นมาพลางกระโดดโลดเต้นชี้ไปยังทิศเหนือ
ทุกคนมองตามไปยังทิศเหนือ ก่อนจะตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ภูเขาสีดำที่อยู่รอบกายปรากฏขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน สีแดงยามเช้าย้อมขอบฟ้า หมอกอันหนาวเย็นภายในหุบเขาสลายตัวไปจนหมดภายในคืนเดียว!
กู้ชิงเดินไปยืนอยู่ข้างกายเซี่ยงหว่านซู พลางกล่าวยิ้มๆ ว่า “ในที่สุดก็เดินทางเร็วขึ้นได้แล้ว”
เซี่ยงหว่านซูเล็กน้อย ในขณะที่กำลังจะกล่าวอะไรออกมา เขาพลันรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนที่แผ่ขึ้นมาจากตรงเอว
เขาก้มหน้าลงไปมอง ก่อนจะเห็นป้ายไม้ไผ่เล็กๆ ป้ายนั้นกำลังส่องแสงสว่าง
เซี่ยงหว่านซูหน้าเปลี่ยนสี เขาเรียกเครื่องเคลือบสีเขียวออกมาชิ้นหนึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปโดยไม่กล่าวอะไร พริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงเส้นหนึ่ง
สีหน้ากู้ชิงแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขาเองก็ขี่กระบี่บินออกไปอย่างไม่ลังเล พริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงกระบี่สายหนึ่ง
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เหล่าผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นๆ ที่อยู่บนที่ราบหิมะต่างตกใจ ทั้งยังรู้สึกประหลาดใจ ในใจครุ่นคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงรีบร้อนกันถึงเพียงนี้?
ถงหลูทอดมองออกไป คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าเซี