สามปีผ่านไป
หมอกบริเวณหน้าผาของยอดเขาเสินม่อค่อยๆ สลายไป เหล่าวานรส่งเสียงร้อง
เด็กหนุ่มแซ่หยวนลงมาจากบนยอดเขา เดินไปยังหน้ากระท่อมหลังเล็กพลางตะโกนว่า “ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ตื่นได้แล้ว”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ประตูไม้ถูกเปิดออก กูชิงเดินออกมา
สายตาเขาดูสงบนิ่ง บางครั้งมีประกายคล้ายกระบี่สว่างวาบขึ้นมา จากนั้นจึงหายไป
เด็กหนุ่มแซ่หยวนตกใจ ในใจครุ่นคิดว่าศิษย์พี่เก็บตัวเพียงสามปีก็สามารถบรรลุสภาวะได้อีกแล้ว ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ จึงกล่าวอย่างจริงใจว่า “ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่!”
กู้ชิงมองดูเขา พบว่าในสามปีนี้เขาเองก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ใกล้จะบรรลุสภาวะขั้นมิประจักษ์แล้ว จึงยิ้มพลางลูบศีรษะเขา
เขามองดูไอหมอกภายในป่าที่เริ่มจะสลายหายไป พลางกล่าวถามว่า “หมอกสลายแล้ว?”
เด็กหนุ่มแซ่หยวนกล่าวว่า “ช่วงปลายฤดูหนาวก็เริ่มมีเค้าลางแล้ว ปีนี้งานชุมนุมเหมยฮุ่ยจัดขึ้นตามปกติ”
ในเมื่องานชุมนุมเหมยฮุ่ยจัดขึ้นตามปกติ นี่ก็แสดงให้เห็นว่าหมอกหนาวเย็นบนที่ราบหิมะกำลังจะสลายไป
เมื่อคิดถึงอาจารย์ที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบนที่ราบหิมะอันห่างไกล อารมณ์ของกู้ชิงพลันสับสนขึ้นมา เห็นๆ อยู่ว่าควรรู้สึกยินดี แต่เขากลับหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อกลับมาถึงยอดเขา เดินเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำ มองดูประตูหินที่หนักอึ้งบานนั้น สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่อยู่บนผนึกปิดกั้น กู้ชิงรู้สึกลังเลเล็กน้อย
เขาเป็นศิษย์ของยอดเขา