็นเพราะว่าคนที่เป็นผู้นำเหล่าศิษย์ในปีนี้มิใช่เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงหนานว่าง ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้ติดตามเท่าไรนัก แล้วก็ไม่ได้เลือกที่จะขี่กระบี่ไปด้วย หากแต่โดยสารเรือกระบี่ไป
เรือกระบี่แหวกก้อนเมฆบินขึ้น มุ่งหน้าไปทางเหนือภายใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า ไม่นานก็กลายเป็นจุดสีดำเล็กๆ
กู้ชิงมองไปทางทะเลเมฆที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะเห็นแต่ละยอดเขาของชิงซานกลายเป็นเหมือนเรือที่ลอยอยู่บนทะเลเมฆ คล้ายกับที่ราบหิมะนอกเมืองไป๋เฉิงที่เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึง
เด็กหนุ่มแซ่หยวนตบบ่าเขา ที่แท้เป็นเพราะอาจารย์ที่เป็นผู้นำครั้งนี้ได้เริ่มกล่าวสั่งสอนแล้ว
กู้ชิงมองดูร่างผอมสูงที่อยู่ตรงหัวเรือกระบี่ สายตาคร่ำเคร่งเล็กน้อย
นั่นคืออาจารย์ที่นำเหล่าศิษย์ไปเข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปีนี้
—-เจ้าแห่งยอดเขาซีไหล ฟางจิ่งเทียน
……
……
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยไม่เคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับฟางจิ่งเทียนให้ฟัง เป็นกู้ชิงที่เกิดความรู้สึกสนใจ หรือพูดอีกอย่างก็คือระแวดระวังขึ้นมาเอง
ตระกูลกู้เป็นตระกูลใหญ่ในชิงซาน รากฐานยาวนาน ล่วงรู้ความลับของเก้ายอดเขามากมาย ตอนนี้กู้ชิงเป็นคนที่ตระกูลกู้ให้ความสำคัญ เขาย่อมต้องรู้อะไรหลายๆ เรื่อง
ฟางจิ่งเทียนเป็นศิษย์คนที่สี่ของนักพรตไท่ผิง แต่ไม่ว่าจะกับเจ้าสำนักหรือกฏแห่งกระบี่หยวนฉีจิง เขาก็ล้วนแต่ไม่ค่อยใกล้ชิด ไปมาหาสู่กันน้อยมาก
ภาพลักษณ์ของเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลผู้นี้ในสายตาคนอื่นเรียกได้ว่า