ชิงซานอยู่ห่างจากจังหวัดอวี้ค่อนข้างไกล จึงมาถึงค่อนข้างช้า
ฉือเยี่ยนซึ่งเป็นผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซั่งเต๋อเป็นผู้นำ นอกจากนี้ยังมีศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างอย่างกั้วหนานซาน กู้หาน หม่าหวา เยาซงซาน บนร่างกายมีเกล็ดน้ำข้างแข็งและฝุ่นเกาะอยู่
เมื่อเห็นสถานการณ์ภายในหอเจินชี่ สีหน้าฉือเยี่ยนพลันเย็นยะเยือกขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “สำนักท่านคิดจะล้อมโจมตีเจ้าแห่งยอดเขาของสำนักเราอย่างนั้นหรือ?”
ครั้นพูดจบ ลำแสงกระบี่สิบกว่าสายก็ส่องสว่างภายในหออีกครั้ง กระบี่ที่รูปร่างแตกต่างกันลอยอยู่นิ่งๆ กลางอากาศ เจตน์กระบี่ดุดัน บนคานมีรอยแตกที่ลึกตื้นไม่เท่ากันปรากฏขึ้นมา
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมการประมูลเหล่านั้นไหนเลยจะยังกล้ารั้งอยู่ ต่างคนต่างหลบออกไปด้านนอกหอ
จางอี๋อ้ายเดินเข้าไปหาฉือเยี่ยน กล่าวอธิบายสองสามประโยค
เยาซงซานยืนฟังอยู่ข้างๆ รู้สึกช่างน่าขัน จึงกล่าวตะคอกว่า “อาจารย์อาเจ้าคือใคร จะไปทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!”
เหลยอี้จิงมองดูศิษย์สำนักจงโจวที่ยืนอยู่รอบๆ พลางด่าทอออกมา “ใส่ร้ายป้ายสี! พวกเจ้าอยากตายอย่างนั้นหรือ!”
ฉือเยี่ยนสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวว่า “ข้าเข้าใจความรู้สึกของสำนักท่านในเวลานี้ แต่ข้าหวังว่าพวกท่านจะมีสติหน่อย”
ที่เจ้าล่าเยวี่ยปรากฏตัวขึ้นที่เมืองกุ้ยอวิ๋น เป็นเพราะหญ้าสามพิสุทธิ์
ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญพรตต่างรู้ว่านางกำลังตามหาของสิ่งนี้อยู่