นางมิใช่เทพเซียนจริงๆ เสียหน่อย แล้วนางจะรู้ได้อย่างไรว่าลั่วไหวหนานจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่?
“เจตน์กระบี่ของชิงซานสายนั้น ท่านผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเป็นผู้แยกแยะออกมาได้ เรื่องนี้สำนักชิงซานของพวกเจ้ามิอาจปัดความรับผิดชอบได้”
สีหน้าของเหรินเชียนจู๋คร่ำเคร่งยิ่งกว่าฉือเยี่ยน เขากล่าวเสียงเย็นยะเยือกว่า “ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะอธิบายอย่างไร”
สีหน้าของกั้วหนานซาน กู้หานและหม่าหวานั้นตึงเครียดอยู่ตลอด ในเวลานี้ได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของพวกเขายิ่งดูแย่ขึ้นกว่าเดิม
เพราะพวกเขาพอจะคาดเดาได้แล้วว่าเจตน์กระบี่ชิงซานสายนั้นมาจากไหน
“ข้าอาจจะรู้ว่าเป็นใคร เพียงแต่…มันค่อนข้างยากจะเชื่อได้”
กั้วหนานซานกล่าวด้วยน้ำเสียงคร่ำเคร่ง
เหรินเชียนจู๋และจางอี๋อ้ายหมุนตัวมาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองมาที่เขา
“ใคร?” ฉือเยี่ยนถามเสียงต่ำ
กั้วหนานซานนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “น่าจะเป็นหลิ่วสือซุ่ยขอรับ”
“ถูกต้อง เรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องอะไรกับยอดเขาเสินม่อ”
เสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ถงเหยียนปรากฏตัวอยู่ในแสงแดดยามเช้าด้านนอกหอ ก่อนจะเดินเข้ามา
เขาเงยหน้ามองดูเจ้าล่าเยวี่ยและกู้ชิงที่อยู่ชั้นบนสุด พยักหน้าทักทายเล็กน้อย
เจ้าล่าเยวี่ยพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวพากู้ชิงกลับเข้าไปในห้อง เยาซงซานและเหลยอี้จิงขี่กระบี่ขึ้นไปยืนเฝ้าหน้าประตูเอาไว้