ถงเหยียนสบตากับพวกกั้วหนานซาน สีหน้าตึงเครียด
เหล่าศิษย์ชิงซานตกตะลึง ศิษย์สำนักจงโจวกับเหล่าเจ้าหน้าที่ของกรมชิงซานค่อนข้างสับสน
ชื่อหลิ่วสือซุ่ยฟังดูคุ้นหูเป็นอย่างมาก
ถงเหยียนมองเหรินเชียนจู๋ กล่าวว่า “อาจารย์อา ท่านพบร่องรอยของวิชาปีศาจโลหิตอย่างนั้นหรือ?”
เหรินเชียนจู๋หรี่ตา กล่าวว่า “ถูกต้อง เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “เช่นนั้นก็เป็นเขาจริงๆ”
จู่ๆ พลันมีคนนึกขึ้นมาได้ “หลิ่วสือซุ่ย? หรือจะเป็นศิษย์ชิงซานที่ถูกขับออกจากสำนักผู้นั้น?”
เหล่าศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างที่อยู่ตรงนั้นนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร เหล่าศิษย์สำนักจงโจวเองก็มีสีหน้าตกตะลึง
คำพูดประโยคนี้ได้กระตุ้นความทรงจำของใครหลายๆ คน
หลิ่วสือซุ่ยผู้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด อดีตอนาคตที่สำนักชิงซานเฝ้าเลี้ยงดูฟูมฟักเช่นเดียวกับเจ้าล่าเยวี่ยและจัวหรูซุ่ย หลังเข้าร่วมงานชุมนุมสืบทอดกระบี่ครั้งแรกก็เริ่มเข้าไปฝึกกระบี่ยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง ผลสุดท้ายในตอนที่ไปปราบปีศาจยังแม่น้ำจั๋วไม่อาจควบคุมกิเลสภายในใจได้ แอบกลืนกินตานปีศาจลงไป ทั้งยังเริ่มฝึกวิชาพรรคมาร จนถูกทำลายสภาวะ สะบั้นเส้นลมปราณ ขับออกจากชิงซาน…
นี่คือความอัปยศของสำนักชิงซาน ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึง แต่หลายคนต่างจดจำได้อย่างชัดเจน
เมื่อฟังคำพูดของถงเหยียนแล้ว หรือคนที่สังหารลั่วไหวหนานจะเป็นคนผู้นี้จริงๆ?