“ดูเหมือนเขาจะไปเข้ากับพรรคมารแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าใช้วิธีอะไรถึงฟื้นฟูเส้นลมปราณขึ้นมาใหม่ได้ อีกทั้งยังไปเข้าร่วมกับปู้เหล่าหลิน”
กั้วหนานซานกล่าวด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งว่า “ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ”
ภายในหอเงียบสงัดขึ้นมาทันที
ไม่มีใครกล่าวอะไรเป็นเวลานาน
เหรินเชียนจู๋รู้สึกมีบางอย่างแปลกๆ
ภายในเศษซากบ้านหลังนั้นมีร่องรอยของวิชาปีศาจโลหิตแล้วก็มีเจตน์กระบี่ชิงซานหลงเหลืออยู่ ขณะเดียวกันคนที่มีเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้ครบถ้วน มองไปทั่วทั้งแผ่นดินก็มีหลิ่วสือซุ่ยเพียงคนเดียวจริงๆ
แต่เหตุใดศิษย์รุ่นเยาว์อย่างถงเหยียนและกั้วหนานซานถึงได้คิดถึงคนผู้นี้ขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเห็นที่เกิดเหตุเลยด้วยซ้ำ?
ด้านนอกหอมีลมพัด รถม้าลงจอด
เหอกั๋วกงเดินทางมาจากเมืองเจาเกอ
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ราชสำนักจำเป็นต้องแสดงท่าทีของตนเอง
เมื่อได้ฟังรายงานของจางอี๋อ้าย เหอกั๋วกงก็นิ่งเงียบไปครู่ ในใจรู้สึกว่าการคาดการณ์ของถงเหยียนและกั้วหนานซานมีเหตุผล แต่ก็มีปัญหาอีกสองสามข้อ
“ยังมีอีกคนหนึ่งคือใคร?”
“ก็น่าจะเป็นมือสังหารของปู้เหล่าหลินเช่นเดียวกัน”
“เขาใช้กระบี่อะไร?”
เหอกั๋วกงจ้องมองดวงตาของจางอี๋อ้ายพลางกล่าวถาม
จางอี๋อ้ายตอบไม่ได้
ทันใดนั้นพลันมีนกกระเรียนสีขาวบินลงมาจากท้องฟ้ายามเช้า
จดหมายจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย