จิตทารกของลั่วไหวหนานหยุดดิ้นรน
ตาข่ายแสงที่เหมือนกระดานหมากล้อมนั้นก็มิได้หดเล็กลงอีก
จิตทารกลอยอยู่เหนือขวดเล็กสีเขียว เมื่อเห็นถงเหยียนเดินมาถึงหน้าโต๊ะ บนใบหน้าเผยให้เห็นอารมณ์ที่ไม่เข้าใจ
อารมณ์เช่นนี้ดูจืดจาง เพราะจิตทารกเพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ เดิมมันก็จืดจางอยู่แล้ว
ถงเหยียนนั่งลงบนม้าหิน สองตาอยู่ระดับเดียวกับจิตทารกพอดี
ใบหน้าของถงเหยียนคล้ายคลึงกับลั่วไหวหนาน แต่ดูอ่อนเยาว์กว่าอย่างเห็นได้ชัด ภาพจิตทารกเผชิญหน้ากับใบหน้าของถงเหยียนในระยะใกล้ดูค่อนข้างน่าสนใจ
“ที่แท้เจ้าก็แอบฝึกจนกลายเป็นจิตทารกขึ้นมาได้แล้ว มิน่าในสามปีนี้จึงมิค่อยได้อยู่ที่เขาอวิ๋นเมิ่ง ดูเหมือนนี่จะเป็นทางถอยเส้นสุดท้ายที่เจ้าเตรียมเอาไว้ให้ตัวเองสินะ?”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร ยังไม่รีบปล่อยข้าไปอีก?”
“ข้าหมายความว่าเจ้าทำให้ศิษย์น้องตาย ดังนั้นจิตใจจึงไม่สงบ รู้สึกผิดบาป หวาดกลัวเป็นอย่างมาก กระทั่งฝึกจนจิตก่อเป็นทารกก็ยังมิกล้าให้อาจารย์ทั้งสองท่านรับรู้”
ลั่วไหวหนานนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ศิษย์น้องต้องมาตายเพราะช่วยข้า จะบอกว่าข้าทำให้นางต้องตายก็ดูมิผิดนัก”
ถงเหยียนส่ายศีรษะ กล่าวว่า “เจ้าเข้าใจความหมายของข้า ไยต้องกล่าวคำพูดเหล่านี้อีก”
จิตทารกกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว “หรือเจ้าอยากจะบอกว่าข้าฆ่าศิษย์น้อง!”
ถงเหยียนกล่าว “หากมิได้เป็นเช่นนั้น แล้วเจ้ากลัวอะไร? เหตุใดฝึกจนกลายเป็นจิตทารกแล้วต