ก็ไม่ถึงครึ่งวัน แต่ความรู้สึกข้ากลับเหมือนครึ่งชีวิต
ลั่วไหวหนานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวต่อว่า “สภาวะการบำเพ็ญเพียรยิ่งสูง อารมณ์ก็ยิ่งน้อยลง แต่อารมณ์เช่นนี้ข้ากลับสลัดทิ้งไปไม่ได้”
อารมณ์ที่ว่าก็คือความหวาดกลัวในความตายของตัวเอง
การอุทิศตนอันงดงาม การเสียสละอันกล้าหาญ ต่างก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน
ลั่วไหวหนานไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง เขาเพียงแต่ทำการตัดสินใจของตัวเองออกไป
“ความจริงในตอนที่เจ้าถามคำถามนี้กับข้า ข้าถึงได้เข้าใจแล้วว่าตัวเองนั้นมิได้ผิด ผู้บำเพ็ญพรตนั้นควรจะปรารถนาในการมีชีวิตอยู่และหวาดกลัวต่อความตาย”
เขากล่าวว่า “ความผิดพลาดเพียงหนึ่งเดียวของข้าก็คือ ข้าไม่ควรจะเผชิญหน้ากับการทดสอบความเป็นความตายอย่างโง่เขลาและไร้ซึ่งความหวาดกลัว หากแต่ควรจะหลบหลีกไปให้ไกล”
ถงเหยียนกล่าว “บางทีสิ่งที่เจ้าพูดมาอาจจะมีเหตุผล แต่ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย แต่กลับไม่ผ่านการทดสอบ เช่นนั้นเจ้าก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน”
ลั่วไหวหนานนิ่งเงียบไปนาน ก่อนกล่าวว่า “หากชาติหน้ามีจริง หวังว่าจะยังได้พบกันอีก”
เปลือกตาของถงเหยียนตกลงเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “อย่าดีกว่า”
เส้นลำแสงหลายสิบเส้นที่เป็นเหมือนกระดานหมากล้อมตกลงไปด้านล่าง
เสียงซู่ๆ ดังขึ้นติดต่อกัน
ควันสายหนึ่งลอยล่องขึ้นมา
……………………….