ัดจนแห้งย่อมต้องช้ากว่าการใช้เพลิงปีศาจเผามากนัก จำเป็นต้องใช้เวลาสักพัก
อันที่จริงลั่วไหวหนานมิได้กังวลว่าจะทำให้คนที่อยู่ด้านนอกรู้ตัว เพราะภายในเรือนได้มีการวางข่ายพลังเพื่อปิดกั้นไอพลังเอาไว้แล้ว เขาเพียงแค่อยากจะพูดคุยกับอีกฝ่าย
เขาไม่ได้พูดคุยกับคนอื่นตามสบายมานานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของคนชุดดำก็ทำให้เขารู้สึกสนใจอย่างมากด้วย
“นี่เป็นการพบหน้ากันครั้งแรกของพวกเรา คิดไม่ถึงว่าจะมาพบกันในสถานการณ์เช่นนี้”
ลั่วไหวหนานกล่าวกับคนชุดดำว่า “หลายปีมานี้ลำบากเจ้าหน่อยนะ”
คนชุดดำกล่าว “ไม่ลำบาก เพียงแค่ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นเข้าใจผิดมันไม่ค่อยดีสักเท่าไร”
ลั่วไหวหนานกล่าว “จิ๋งจิ่วเป็นคนดี ข้าคิดว่าอาจจะเป็นเจ้าที่เข้าใจผิดว่าเขาเข้าใจเจ้าผิด สรุปแล้วก็คือต่างเข้าใจผิด เจ้าก็อย่าได้โทษเขาเลย”
คนชุดดำนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เริ่มกันเถอะ”
รอยเท้าเปียกๆ บนพื้นเหล่านั้นเริ่มจางหายไป เมื่อไรพวกเขาจัดการธุระเสร็จ มันก็น่าจะหายไปจนหมด
นิ้วของลั่วไหวหนานจิ้มลงไปบนโต๊ะ กล่าวว่า “การโจมตีครั้งแรกของเจ้าไม่อาจใช้พลังของตานปีศาจได้ เพราะสำนักจงโจวของข้ามีการรับรู้ที่ไวต่อวิชาของพรรคมารอย่างมาก”
คนชุดดำกล่าว “ข้าจะใช้กระบี่”
ลั่วไหวหนานยกนิ้วขึ้นมา
คนชุดดำเรียกกระบี่ออกมา กระบี่ปักลงไปตรงตำแหน่งที่นิ้วจิ้มลงไปเมื่อครู่อย่างไร้ซุ่มเสียง
“ระดับเท่านี้เหมาะมาก ทำให้สงสัยถึงตัวเจ้าได้พอดี”
ลั่