วไหวหนานรับรู้ได้ถึงเจตน์กระบี่ชิงซานอันเบาบางภายในรอยเฉือนอันเรียบลื่นที่อยู่บนผิวโต๊ะ ภายในใจรู้สึกตกใจเล็กน้อย ผ่านมาหลายปีแล้ว วิถีกระบี่ของอีกฝ่ายไม่เพียงแต่จะไม่ถดถอย แต่กลับยิ่งมีความชำนาญมากขึ้น หากตอนนั้นเขายังฝึกกระบี่อยู่ที่ชิงซาน ไม่รู้ว่าตอนนี้จะก้าวหน้าไปถึงระดับไหน
เขากล่าวว่า “เมื่อข้าหลบกระบี่นี้ของเจ้าแล้ว ข้าก็จะใช้ระฆังดาวเหนือโจมตีกลับ เจ้าจะรับมืออย่างไร?”
คนชุดดำกล่าว “ในเมื่อข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะไม่หลบ”
“ดีมาก เช่นนั้นหลังจากนี้ก็ค่อนข้างง่าย”
ลั่วไหวหนานเดินไปยังมุมหนึ่งของห้อง กล่าวว่า “ข้าจะไม่เลือกที่จะโจมตีแลกกับเจ้าจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย หากแต่จะใช้หลบหนีฟ้าดินหลบมาตรงนี้ เจ้าคาดการณ์ล่วงหน้าได้ไหม?”
คนชุดดำเดินเข้าไป กล่าวว่า “ไม่ได้ แต่ในวิชาปีศาจโลหิตมีวิชาหลบหนีที่คล้ายกันอยู่ ในพื้นที่เล็กๆ น่าจะตามเจ้าทัน”
“วิชาปีศาจโลหิตของเจ้าฝึกถึงขั้นไหนแล้ว?”
“ขั้นสี่”
ลั่วไหวหนานคิดในใจ มิเสียทีที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด ถึงแม้จะละทิ้งวิถีธรรมไปเข้าวิถีมาร แต่สภาวะก็ยังก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว เช่นนั้นขอเพียงตัวเองมิได้มีลูกไม้อื่นแอบซ่อนไว้ การที่ถูกอีกฝ่ายโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้
“ข้าต้องทำให้เจ้าบาดเจ็บแค่ไหน?”
“หักแขน”
ทั้งสองคนพูดคุย ทำท่าทาง จัดวางตำแหน่ง
หลังกำหนดรายละเอียดต่างๆ เสร็จสิ้น คนชุดดำก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า จา