นควันฟุ้งกระจาย
ทันใดนั้นมีเสียงร้องโหยหวนเสียงหนึ่งดังขึ้นมา หมอกดำสายนั้นถูกแสงแดดแผดเผาจนสลายไป
ลำแสงนั้นเปลี่ยนกลับเป็นระฆังสัมฤทธิ์ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ มันสั่นสะเทือนเล็กน้อย พลางส่งเสียงหวึ่งๆ ออกมา ขอบระฆังมีรอยสนิมที่เกิดจากกัดกร่อนของไอพลังชั่วร้ายปรากฏขึ้นมาชัดเจน
ลั่วไหวหนานลอยกลับมาบนพื้น สีหน้าขาวซีดเป็นอย่างยิ่ง บนร่างกายเต็มไปด้วยโลหิต เห็นได้ชัดว่าบาดเจ็บสาหัส
เหล่าศิษย์ของสำนักเสวียนอินมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้ จึงตกใจเป็นอย่างมาก ไหนเลยจะกล้ารั้งอยู่ ต่างแปลงกายกลายเป็นนกและสัตว์หนีไป
ลั่วไหวหนานห้ามศิษย์สำนักเป่ยซีที่จะเข้ามาดูอาการบาดเจ็บของเขา พลางกล่าวเสียงเบาว่า “กำจัดมารชั่วให้สิ้น!”
ศิษย์สำนักเป่ยซีรับคำ ขี่อาวุธวิเศษเปิดฉากไล่ตามสังหาร
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม ทุกคนกลับมายังหุบเขา
ครั้งนี้มีศิษย์ของสำนักเสวียนอินถูกฆ่าไปเจ็ดคน โดยเฉพาะการที่ผู้อาวุโสคนนั้นถูกฆ่าตาย นับเป็นผลงานที่สำคัญอย่างมากของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
ศิษย์ของสำนักเป่ยซีมองลั่วไหวหนาน รู้สึกว่าสูงใหญ่เป็นอย่างมาก ในใจเกิดความรู้สึกเคารพเลื่อมใส
ลั่วไหวหนานมองดูทุ่งกว้างที่อยู่นอกหุบเขา กล่าวว่า “เสียดายซูจึเย่มิได้ลงมือด้วยตัวเอง ข่าวที่ได้รับแจ้งมาไม่ค่อยตรงเท่าไร”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ศิษย์ของสำนักเป่ยซียิ่งรู้สึกตกตะลึง ในเวลานี้พวกเขาถึงได้รู้ว่าที่แท้เป้าหมายของลั่วไหวหนานมิใช่ผู้อาวุโสของสำน